Archive for กันยายน, 2008
ผิดหวังกับ “เดี่ยว 7″
เว้นช่วงจากการเขียน Blog ไปนาน(อีกแล้ว) ก็ด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะงานยุ่ง ชีวิตคิิดไม่ตก หรือแม้แต่ หมดมุข
เรื่องนี้ว่าจะเขียนตั้งแต่ตอนซื้อแผ่นมาแล้ว กับ “เดี่ยว 7″ ที่รอคอยกันมานานแสนนานถึง 5 ปีกว่าจะกลับมาอีกครั้ง
ครั้งนี้มีตังพอจะสนับสนุนของแท้ได้แล้ว ผมก็สนับสนุนพี่เขาไป อยากคืนกำไรให้คนทำงานบ้าง ทั้งที่จริงจากไฟล์เสียงก็เคยได้ฟังมาแล้ว(ก่อนจะออกมาเป็น DVD) และน้องในบริษัทก็มี(ท่ีดาวน์โหลด)ให้ดูอยู่แล้วด้วย กระนั้นผมก็ยังคงยืนกราน ยืนยันคำเดิมว่า “ฟังแล้วก็จะซื้อ มีให้ดูก็จะซื้อ” และจะซื้อของแท้ด้วย เพราะอยากให้ยอดขายอยู่กับพี่จริงๆ
แต่สิ่งที่ได้กลับมาทำเอาผมผิดหวังซะมากมาย เรื่องมุขเรื่องขำผมไม่คาใจครับ สนุกเฮฮาสมเป็นพี่โน๊ตนั่นแหละ แร๊ปการเมืองที่ผมชอบมากและสะใจมากๆด้วย รวมทั้งมุขอื่นๆ ด้วย แม้บางมุขผมจะคิดว่าเก่าและไม่ขำ แต่ไงๆก็คงมาตรฐานความเป็นเดี่ยวไว้ได้อยู่ดี
ไอ้ที่คาใจมันคือเรื่องอื่นของครับ ทั้งที่ซื้อมาเป็น DVD เพราคาดหวังความคมชัดของภาพแบบมาตรฐาน DVD แต่ก็เป็นแค่คุณภาพแบบ VCD เท่านั้น แถม VCD ที่อัดมาไม่ค่อยคมชัดเท่าไหร่ซะด้วย เรื่องภาพก็น่าเศร้าแล้ว เรื่องเสียงที่อัดมาได้ห่วยสุดๆอีก เสียงแทบจะไม่ดังเลยครับ เหมือนออกข้างซ้ายข้างเดียวข้างขวาข้างเดียว เอาง่ายๆว่าผมฟังไฟล์เสียงยังจะชัดกว่าฟังใน DVD ซะอีก ผมฟังตอนแรกนึกว่าลำโพงเสีย ที่ไหนได้ มาจากแผ่นนี่แหละ
นอกจากนี้เรื่องของการเซนเซอร์ การดูดเสียงเนี่ย เข้าใจว่าพี่คงรู้จักกับ กบว. แล้วมั้ง พี่เลยดูดเลยตัดเสียงคำหยาบออกซะหมด มันหยาบบ้างทะลึ่งบ้างผมก็เข้าใจ แต่ไม่ใช่ไม่มีใครไม่เคยพูด และอีกอย่างคือ มันเป็นสื่อสำหรับดูภายในบ้านนะครับ คนดูต้องมีวิจารณญานอยู่แล้ว ว่าที่พี่พูดเนี่ยมันหยาบมันแรงแล้วควรทำไงต่อไป แต่ดูดเสียงเนี่ย ฟังจะไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว สาบานได้ว่าถ้าไม่มีไฟล์เสียงผมก็ไม่รู้ว่าพูดอะไรเหมือนกัน จะให้ขำก็ขำไม่ออกหรอก ถ้ามันออกฉายทางโทรทัศน์ผมจะไม่ว่าเลย
นี่มันคุ้มค่ารึเปล่าก็ไม่รู้ ที่ผมยืนกรานที่จะอุดหนุนผลงานของเจ้าของผลงานที่แท้จริง แผ่นจริงแพงกว่าแผ่นก้อปตั้งสองเท่า หรือโหลดเอาก็ไม่เสียตังซักบาท
ไม่ได้จะมาโจมตี “เดี่ยว 7″ โดยเฉพาะนะครับ ซีดีเพลงอื่นๆก็เหมือนกัน แต่อันนี้มันผิดหวังจนต้องพูด ผมเคยคิดว่าแผ่นผีซีดีเถื่อนมันก็ออกมาเพื่อให้สื่อ พัฒนาคุณภาพตัวเองเพื่อเอาตัวรอด คิดและหากลยุทธ์ใหม่ๆเพื่อสร้างกลุ่มแฟนคลับที่แท้จริงเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้มันสูงยิ่งขึ้นไป ส่วนที่ไม่มีคุณภาพมันก็จะตายไปตามกระแสซีดีเถื่อนที่เชี่ยวกรากไปเอง คนเราก็ต้องดิ้นรนเพื่อต่อสู้กันไปโดยการสร้างผลงานตัวเองให้ดียิ่งขึ้น มีคุณภาพยิ่งขึ้นไป
ถึงมันจะดูเหมือนผมพูดง่ายๆ แต่ผมเองก็สนับสนุนงานที่ผมชอบด้วยการซ้ือของแท้เหมือนกันนะครับ เพลงอัลบัมไหนฟังแล้วชอบผมก็ซื้อของแท้ หนังเรื่องไหนสนุกหนังดีผมก็ซื้อของแท้
…เฮ้อ ไม่อยากจะบ่นแล้ว ฝากเอาไปคิดด้วยละกัน(ถ้าผู้จักทำได้เข้ามาอ่าน entry นี้บ้างนะครับ)
Add comment กันยายน 28, 2008
Movie Review : บุญชู 9
เอาอีกเรื่องแล้ว กับหนังที่ยอมรับตามตรงว่าไม่ได้คิดจะไปดู แต่ก็ได้ดูอีกแล้ว เพราะเสด็จแม่ของผมอยากจะดูนั่นเอง ก็เลยต้องจัดให้ท่านไปอย่าให้เสีย บุญชู 9 (มันมีถึง 9 ภาคแล้วจริงๆเหรอ) เป็นเรื่องของบุญโชค ลูกชายของบุญชู ที่ถูกแม่สึกมาเพราะไม่อยากให้ลูกออกบวชไปตลอดชีวิต ตามความต้องการของบุญชู และถูกส่งไปกรุงเทพให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยให้ได้ โดยมีลูกๆของเพื่อนเก่าทั้งหลาย คอยให้การช่วยเหลือ แต่เข้ากรุงเทพปุ๊บ ก็เกิดเรื่องปั๊บ โดนแก๊ง 18 มงกุฎหลอกเอาเงินและข้าวของไปหมด และเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ ก็ไปดูกันได้ใน บุญชู 9 ได้โลด

ในภาคนี้ประกอบไปทั้งนักแสดงรุ่นเก่า และนักแสดงรุ่นใหม่ สำหรับคนที่เคยดูบุญชูภาคเก่าๆมาแล้วก็จะกลับมาคิดถึงคาแรคเตอร์ของตัวละครบุญชูรุ่นเก่า ซึ่งยังคงความฮาไว้ได้เหมือนเดิมเลย โดยเฉพาะ เฮียป๋อง เจ้าของร้านอาหารปากหมา กับ หย๋อย ลูกค้าปากหมาที่ไม่ค่อยอยากจะสั่งข้าวซักเท่าไหร่ แต่อยากจะกวนตีนเจ้าของร้านซะมากกว่า (สองคนนี้ผมชอบมาตั้งแต่ภาคก่อนๆแล้ว) และสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยดูบุญชูภาคเก่าๆ ถ้าได้ดูแล้วก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้เช่นกัน บางทีพอไปดูแล้วอาจจะอยากหาบุญชูภาคเก่าๆมาดูกันบ้างก็ได้
เท่าที่ดูแล้ว ภาคนี้ก็ยังคงความเป็นบุญชูแบบเก่าได้ดีนะ ฮาเหมือนเดิม แต่กับนักแสดงรุ่นใหม่ ไม่ได้ว่าแสดงไม่ดีนะครับ แต่ว่าตัวละครแต่ละตัวดูไม่มี Character เด่นๆของตัวเองจริงๆเลยซักคน ไม่เหมือนรุ่นพ่อที่แต่ละคนก็จะมี Character เฉพาะชัดเจนไปเลย อันนี้โทษบทอาจจะดีกว่ามั้ง แต่เรื่องขำก็ยังขำเหมือนเดิม เหมือนบุญชูภาคก่อนๆ (ได้ยินเสียงขำในโรงตลอดเลยนะ) เป็นหนังดูสบายๆกับครอบครัว เครียดๆอะไรมาก็ไปดูได้ สบายๆดีครับ
OnoaOnoa’s Rating : ★★★✮☆ (3 ดาวครึ่ง) ดูแล้วคิดถึงเมื่อก่อน หนังไทยแบบที่ไม่ได้ดูมานาน (หนังเช็คอายุนี่หว่า) ตัวละครรุ่นใหม่ไม่มี Character เด่นเหมือนรุ่นพ่อ ถ้าไม่ได้รุ่นพ่อเอาไว้ เรื่องคงจะจืดไปเยอะเหมือนกัน
1 comment กันยายน 8, 2008
ปฏิเสธอย่างไร – Lipta
หลังจากที่ปล่อยออกมาเป็นเพลงประกอบซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง Coffee Prince ในที่สุดเพลงนี้ก็ถูกเอามาทำเป็น Music Video เพลงล่าสุดของสองหนุ่มวงลิปตา ซึ่งคราวนี้ ได้สองนักแสดงที่เพิ่งมีผลงานไปสดๆร้อนๆอย่าง “พีค-ภัทรยา สุวรรณสิริ” และ “ว่าน-รัชชุ สุระจรัส” มาแสดงร่วมกันซะด้วย (ลิปตาอัลบัมนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ MV แต่ละเพลงได้นักแสดงแต่ละคนระดับแม่เหล็กทั้งนั้นเลยนะเนี่ย ตั้งแต่เพลง “ลมหายใจของเมื่อวาน ที่ได้หมิว ลลิตา มาแสดง MV เป็นครั้งแรก) แล้วก็ไม่อยากจะบอกเลยว่า “น้องพีคน่ารักมากกกกก” (อีกแล้ว)
ตัว MV น่ารักมากๆ ไม่ได้แค่นางเอกน่ารักนะ แต่เนื้อหาก็น่ารัก ดูแล้วมีความสุขอ่ะ ตั้งแต่ดู MV “จะบอกกับเธอว่ารักเธอ” ของ “พี่บอย ตรัย ภูมิรัตน์” ก็มีตัวนี้แหละ ที่ดูแล้วมีความสุข ภาพก็สวย เนื้อเรื่องก็ดี ว่าแล้วก็ ไปลองดูเลยดีกว่า
OnoaOnoa’s Rating
MV Rating : ★★★★★ (5 ดาว) เต็มโลดครับ ไม่รู้จะติตรงไหน โดยส่วนตัวผมชอบฟังเพลงอารมณ์นี้และ MV สไตล์นี้อยู่แล้วเป็นการส่วนตัว ดูแล้วน่ารัก อบอุ่น แถมแอบมีตลกๆแซมอยู่นิดๆ เปรียบเทียบได้สวยดี เปรียบมนุษย์ล่องหนกับคนที่แอบรัก รักเขาแต่เขาไม่รู้ก็เหมือนอยู่ในโลกที่ไม่มีใครเห็น (โดยเฉพาะเขา) และเมื่อทั้งสองเข้าใจกันและรักกัน ก็เหมือนกับเข้าไปอยู่ในโลกที่ต้องการกันเพียงสองคน แม้ไม่มีใครเห็นทั้งสองก็มีความสุขกันสองคน (ผมตีความ MV ถูกมั้ยเนี่ย แต่ผมเข้าใจแบบนี้นะ) ภาพก็สวย เนื้อหาก็ดี แถมเนื้อหาก็เข้ากับเพลง อย่างนี้ ผมให้เต็มได้อย่างเดียวแหละ
Music Rating : ★★★★★ (5 ดาว) เพลงก็เพราะอยู่แล้ว เนื้อหาก็ดีอยู่แล้ว เสียงก็ดีอยู่แล้ว ดนตรีก็เพราะอยู่แล้ว แล้วผมจะหักคะแนนตรงไหนเนี่ย (ผมคงลำเอียงจริงๆ เพราะถ้ามาเพลงแนวนี้ MV ประมาณนี้ ก็ได้ใจผมไปเยอะอยู่แล้ว)
Overall Rating : ★★★★★ (5 ดาว) สั้นๆเลยละกัน อย่าพลาดที่จะดู MV ตัวนี้ !!! ดูจบแล้ว รักใครก็บอกซะนะครับ เผื่อเค้าจะอยากมาเป็นมนุษย์ล่องหนกับเราด้วย อิอิ
Add comment กันยายน 7, 2008
เกรียน!!
ไม่ใช่คำใหม่แต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้เก่าอะไรมากมาย เมื่อก่อนเป็นแค่คำนิยามคุณลักษณะต่างๆที่เกือบจะเรียบติดผื้นผิว อะไรประมาณนี้ แต่ปัจจุบันนี้ คำนี้ได้ถูกนำมาใช้นิยามลักษณะอาการของมนุษย์ได้เช่นกัน อาจกล่าวถึงอาการของคนที่ไม่มีวุฒิภาวะทางความคิด EQ ต่ำ ไม่มีความฉลาดทางอารมณ์ ไม่สามารถควบคุมการแสดงออกที่ไร้เหตุผลและการกลั่นกรองได้ รายละเอียดเพิ่มเติมหาอ่านได้มากมายเมื่อ Search ใน Google จะพบทั้งใน Wikipedia และเวบ Wiki อื่นๆอีกมากมาย
อยู่ๆที่ผมมาพูดเรื่องเกรียน เพราะอะไรน่ะเหรอ ? วันนี้สะดุกับคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” (วันที่ 1 ต.ค. 2551) คอลัมน์ พาดหัวคอมลัมน์ประจำวันว่า
“คู่หูคู่เกรียน”
อ่านแล้วพอดูรูปก็ขำทันที พร้อมทั้งคิดว่า “มันเหมาะซะนี่กะไรกับการใช้คำนี้กับบุคคลสองคนนี้” จะใครซะได้ก็คุณๆแกนนำทั้งหลายที่ปั่นป่วนกทม. อยู่ในขณะนี้
แม้ว่าในเนื้อหาคอลัมน์จะกล่าวถึงเรื่องของโหราพยากรณ์ของทั้งสองคน แต่นั่นผมก็ไม่ได้สนใจเท่ากับหัวคอลัมน์หรอก ก็อย่างที่ผมบอก ว่าคำว่า “เกรียน” ในปัจจุบันมันแปลได้หลายความหมายมากกว่าเดิม และที่ทำอยู่ ผมว่ามันก็ตรงกับคำนิยามเวอร์ชั่นใหม่ของคำคำนี้อยู่ซะเหลือเกิน ขอก๊อปปี้มาจาก Wikipedia เลยแล้วกันถึงบุคลิกภาพของอาการเกรียน
บุคลิกภาพของเกรียน
บุคคลที่อยู่ในสภาวะเกรียน อาจมีบุคลิกภาพต่อไปนี้มากกว่า 1 ข้อ
- มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ถึงขั้นที่เชื่อว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ หรือสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง
- มี EQ ต่ำ เนื่องจากจะแสดงออกตามอารมณ์เป็นที่ตั้ง โดยไม่คำนึงถึงเหตุผล มีความอดทนต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่าบุคคลปกติ
- ใช้การแสดงออกทางวาจา (หรือข้อความที่พิมพ์) มากกว่าทางความคิด และใช้คำหยาบคายบ่อยครั้ง
- ไม่รู้จักมารยาทในสังคม สร้างความรำคาญและไม่คิดถึงความทุกข์ร้อนของคนรอบข้าง
- ชอบเรียกร้องความสนใจ สร้างประเด็นปัญหา ทำให้เกิดข้อขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท
- มักจะรวมกลุ่มระหว่างเกรียนกันเอง เนื่องจากผู้อื่นไม่คบหาสมาคม
- ชอบคิดว่าผู้อื่นด้อยกว่าตน มักจะพยายามหาทางดูถูกผู้อื่นทุกด้าน และจะคิดว่าตนนั้นมีทุกอย่างสมบูรณ์เสมอ
- พบได้ทั่วไปตามบอร์ดเช่น บอร์ดประมูล และบอร์ดนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเกรียน
…นี่มันเต็มๆเลยนี่หว่า นี่ขนาดเกรียนเดี่ยวยังขนาดนี้ แล้วมาเป็นคู่จะขนาดไหน ต้องคิดระดับความเกรียนยังไง บวก คูณ หรือยกกำลัง ?
ไม่รู้ว่าทำทำไม ไม่รู้ว่าต้องทำอีกแค่ไหนถึงจะพอ ออกมาเกรียนกันไม่ยอมหยุดหย่อน เดือดร้อนวอดวายเสียหายกันไปหมด พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ รถราจราจรติดขัดเดินทางไม่ได้ ภาพลักษณ์ประเทศชาติเสียหาย ฯลฯ นี่หล่ะนะ ความเสียหายของการเกรียน มันเดือดร้อนไปทั่ว รู้จักแต่สิทธิ แต่ไม่เคยรู้จักหน้าที่ รู้ว่าไม่พอใจรัฐบาลก็ประท้วงขับไล่ได้(ในกรอบที่กำหนด) แต่พอเลือกตั้งก็ขายสิทธิ์ขายเสียงกัน แล้วจะมาโชว์เกรียนเอาเกือกอะไรกัน อ้างว่าทำเพื่อชาติเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปไตยน่ะเขานับกันตอนนับบัตรเลือกตั้งโว้ย ไม่ได้มานับกันตอนรวมคนชุมนุม ไม่ขัดไม่เสียผลประโยชน์จะมาร่วมด้วยช่วยเกรียนกันแบบนี้มั้ย ถามจริงเหอะ
ลำพังแต่เหตุการณ์ทางใต้ประเทศชาติก็บอบช้ำเท่าไหร่แล้ว นี่โอลิมปิคมากลบข่าวพวกนี้ได้ซักพักนึง พอจบโอลิมปิกก็มาอีกละ อยากจะให้โอลิมปิกมีซัก 3 เดือนจริงๆ ต้องให้พวกมึงมาเป็นนายกกันเองมั้ยถึงจะพอใจเนี่ย จะได้เลิกๆประท้วงกันไปซะที ปฏิวัติได้ทีก็เอาใหญ่ เอะอะก็ประท้วง ด่าคนโน้นด่าคนนี้ ใช้แต่อารมณ์ไม่ใช้สมอง ไม่เรียกเกรียนให้เรียกอะไร อย่าบอกนะว่ามึงเล่นเกมเรียลลิตี้กันเฉยๆ
ที่พูดเนี่ย ไม่ได้เข้าข้างรัฐบาลหรอกนะ ไอนี่ก็ทนทานดีเหลือเกิน อยู่มากี่เดือนแล้วผลงานยังไม่มีให้เห็นซักกะอย่าง เห็นแต่เรื่องฉาวโฉ่ ทีเรื่องไม่เป็นเรื่องหล่ะทำดีนัก อะไรอร่อยที่ไหนอร่อยรู้หมด อะไรทำกินยังไงทำเป็นหมด แต่บริหารประเทศกูไม่เห็นแม่งทำอะไรได้เลย จนกว่าเดิม อดกว่าเดิม ลำบากกว่าเดิม กูว่าแล้วบริหารแค่กรุงเทพยังไม่ก้าวหน้าเลย ประสาอะไรกับประเทศชาติ เห็นแต่ข้าวของแพงนำ้มันแพง พูดอีกสิว่า “ผมไม่ใช่ OPEC จะไปทำอะไรได้” ถ้าคิดว่าทำอะไรไม่ได้ก็ออกๆมาเหอะหว่ะ อย่าอยู่ให้มันแย่ไปกว่านี้เลย สปิริตหน่อย เด็กๆกูยังเคยด่านะว่าหนีความรับผิดชอบ แต่ตอนนี้รู้และว่าถ้าไม่มีมันจะเป็นยังไง ไอ้ “สปิริต” เนี่ย
เฮ้อ Entry นี้ดุเดือดแฮะ ช่างเถอะ บลอกพรรค์นี้ใครเขาจะอ่านกันนักหนา
Add comment กันยายน 1, 2008
