Posts Tagged Books

Book Review : อัจฉริยะสร้างสุข

ออกมาอีกแล้วสำหรับหนังสือซีรี่ส์ “อัจฉริยะ” ของคุณ “หนูดี วนิษา เรซ” โดยคราวนี้โฟกัสกันด้วยเรื่องของ “ความสุข” โดยเนื้อหาก็จะแนวเหมือนๆกับเล่มก่อนๆ ที่ออกเป็น ทฤษฎีที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายๆ เกี่ยวกับกลไกของสมอง ตามด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับความสุขในรูปแบบต่างๆ บอกเล่าผ่านประสบการณ์ของคุณหนูดี ที่ำได้จากการเรียนที่มหาลัย ฮาร์วาร์ด กับอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงหลายๆคน

คนเก่งแล้วจะมีความสุขหรือเปล่า คนไม่เก่งจะไม่มีความสุขรึไม่ การมีความรักอย่างมีความสุขทำอย่างไร คู่มือการใช้ชีวิตให้ทุกๆวันมีความสุขแบบที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยอ้างอิงสไตล์คุณหนูดี จะมาช่วยให้คุณมีความสุขในทุกๆวันธรรมดา

จากที่ผมอ่านแล้ว หนังสือเล่มนี้เชื่อมโยงกับหนังสือหลายๆเล่มที่ผมเคยอ่าน อย่างเช่น The Secret, เข็มทิศชีวิต 2 หรือแม้แต่เล่มที่ยังไม่ได้อ่านอย่าง “วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน 2″ ผมมองว่ามันคือเี้รื่องเดียวกันเลยนะครับ ต่างกันในแง่ของการอธิบายเท่านั้นเอง

The Secret จะอธิบายความสุขในแง่ของความเชื่อและศรัทธา ยกตัวอย่างคนที่สำเร็จได้เหมือนปาฏิหาริย์ ส่วนเข็มทิศชีวิตจะพูดถึงความสุขผ่านหลักธรรม ออกแนวทำให้เข้าใจและปล่อยวาง ออกธรรมะ แต่ของคุณหนูดีจะอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ มีเหตุผลการทดลองรับรอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรต่างกันเลย

หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือความสุขที่ดีอีกเล่มนึง ถ้าอยากมีความสุขแบบอัจฉริยะก็ต้องเล่มนี้เลยครับ ช่วยคุณได้แน่นอน

Spoil : The Secret เหมือนกันตรงเรื่องของการกล่าวขอบคุณกับสิ่งรอบๆตัว ส่วน เข็มทิศชีวิต 2 เหมือนกันตรงเรื่องการเรียนรู้ความทุกข์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดเพื่อให้เราเรียนรู้ (เหมือนเป๊ะเลย ไม่รู้คุณหนูดีอ่านเหมือนกันรึเปล่า)

1 comment มิถุนายน 9, 2009

ฺBook Review : คิดแบบกฏ 80/20

ชื่อหนังสือ : คิดแบบกฎ 80/20
ผู้เรียบเรียง : พันโทอานันท์ ชินบุตร
ISBN : 978-974-06-4077-6

picture-1

ในช่วงที่ผมกำลังเรียนและทำงานกับอาจารย์รวิทัต(พี่เดฟ) จนแม้ปัจจุบันก็ทำงาน ผมเคยได้ยินคำว่า “กฎ 80/20″ อยู่หลายครั้งหลายคราว และหลายครั้งที่พี่เดฟก็ได้อธิบาย แต่ก็ยอมรับว่าไม่ค่อยจะเข้าใจนัก พอเข้าใจก็ไม่เชื่อมากนักเพราะมันมีข้อขัดแย้งอยู่ในใจมากมายว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ก็เข้าใจได้ทันที

เรื่องของกฎ 80/20 หรือ “กฎปาเลโต้” เป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ มันก็มีประมาณว่า โลกที่แท้จริงคือ “ความไม่เท่าเทียม” เหตุและผลในสิ่งต่างๆมีอยู่สองประเภท คือ “เหตุใหญ่ๆที่เกิดผลเล็กน้อย” และ “เหตุน้อยๆแต่เกิดผลใหญ่โตมหาศาล” โดยเราให้ความสำคัญที่แบบหลัง คือ “เหตุน้อยแต่เกิดผลใหญ่” ซึ่ง อัตราส่วนของเหตุและผลที่ว่า จะเป็น 80:20 โดยประมาณ ลองดูจากสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัวเรา ที่เกิดจากเหตุและผลเช่นนี้ก็เช่น “รายได้รวมของคนไทย 80% อยู่ในกลุ่มคน 20% โดยประมาณ” หรือ “การใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 80% เกิดจากโปรแกรมที่เราลงในเครื่องเพียงประมาณ 20% นั่นเอง ซึ่งก็คือพื้นที่ที่เราลงระบบปฏิบัติการเอาไว้”

นี่เป็นกฎของธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่ในทุกเรื่อง คราวนี้มาลองมาประยุกต์ในเรื่องของงาน คุณต้องการให้ “ทำงานอย่างหนักแต่เงินเดือนน้อย” หรือ “ทำงานน้อยแต่เงินเดือนอย่างหนัก” กันละครับ มั่นใจว่า 100% ตอบอย่างหลังแน่ๆ แล้วมันจะต้องทำไงหล่ะ คำตอบก็คือ “ให้คุณโฟกัสงานไปที่ 20% ที่จะมีผลให้บริษัทได้ประโยชน์ถึง 80% สิครับ” หรือพูดง่ายๆก็คือ “พยายามเลือกงานที่สำคัญที่สุด” หรือไม่ก็ “ลงแรงกับการสร้างเครื่องทุ่นแรงซะ เพื่อช่วยให้มันทำงาน 80% ให้คุณโดยที่คุณทำงานแค่ 20%” เท่านั้น

บางคนอาจสนใจหรืออาจไม่เชื่อ แต่กฎนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง และประยุกต์ใช้กับชีวิตในเรื่องอื่นๆได้ด้วย เพื่อให้ชีวิตของคุณก้าวหน้าต่อไป ถ้าสนใจสามารถหาอ่านได้ครับ หนังสือเล่มนี้ เรียบเรียงโดยพันโทอานันท์ ชินบุตร ผู้เขียนหนังสือแนวพัฒนาตนเองและพัฒนาความคิดหลายเล่มที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด หนังสือเล่มไม่หนาครับ ร้อยกว่าหน้า หนังสืออาจจะหน้าปก+กระดาษ+รูปเล่ม ไม่น่าอ่านเท่าไหร่ แต่เนื้อหาดี เข้าใจง่าย เชื่อว่าน่าจะเป็นหนังสือที่อยู่ใน 20% ที่คุณเคยอ่านแล้วเปลี่ยนชีวิตคุณไปถึง 80% แน่นอน

Add comment กุมภาพันธ์ 5, 2009

Cocoa & iPhone Development : แนะนำแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม

ตอนนี้ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน iPhone เป็นที่สนใจสำหรับหลายๆคน และผมก็เป็นคนหนึ่งและก็เขียนบทความเกี่ยวกับการพัฒนาบนแมคอยู่ที่นี่มา ที่มานั่งเขียน Entry ต่างๆก็เพราะตัวผมเองก็มีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้ประมาณ 2 ปีแล้ว พบว่า “แทบจะไม่มีบทความเกี่ยวกับการพัฒนาบนแมคที่เป็นภาษาไทยเลย” เท่าที่เสิร์ชเจออยู่สองที่ คือ ที่นี่ กับ แมคเฟทีเรีย ที่พูดถึงการพัฒนาบนแมคเป็นหลัก นอกนั้นอาจมีแค่ประปราย

แล้วผมไปศึกษาจากที่ไหนบ้าง ก็จะเอามาเขียนใน Entry นี้นะครับ บางที่อาจจะเคยโพสไว้ใน Entry เก่าๆ และบางอันอาจจะใหม่กิ๊งประมาณว่าเพิ่งเจอเมื่อไม่กี่วันนี้เอง คิดว่าน่าจะมีประโยชน์เหมือนกัน (อย่างน้อยก็กับคุณเป้นะครับ อิอิ ตามกันมาทุก Entry เลยทีเดียว)

1. Mac’Feteria Website : เวบไซต์เกี่ยวกับการพัฒนาบน iPhone อีกที่นึงที่เป็นภาษาไทย เท่าที่ผมเจอของคุณ ter (ที่จริงผมคิดว่าเคยเจอพี่เขาแล้วนะครับ ที่ VizRT คิดว่าไม่น่าผิดคน) เวบนี้ก็แบ่งเนื้อหาเป็นบทๆเรื่องๆเหมือนกันกับที่นี่ ตอนนี้เนื้อหาก็ยังเป็นส่วนของการเริ่มต้นเช่นกัน แต่เนื้อหาจะลงลึกไปถึง Coding เลย ลองเข้าไปสกรีน ไปดูคร่าวๆก่อนก็ได้ครับ เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง เคยเห็นก็ยังดีแหละครับ

ลองเข้าไปดูที่ http://www.macfeteria.com

2. หนังสือ Cocoa Programming for Mac OS X – Aaron Hillegass : เล่มนี้เคยแนะนำไปแล้ว และก็จะขอแนะนำอีกที เล่มนี้คือ Bible สำหรับการพัฒนาบนแมคจริงๆครับ ผมก็เริ่มจากเล่มนี้แหละ ไม่เคยอ่านก็ต้องไปหามา ไม่ซื้อก็โหลดแหละครับ หาไม่ยากเลย (แต่แนะนำให้ซื้อ) ตอนนี้ออก 3rd Edition แล้ว เนื้อหาครอบคลุม Objective-C 2.0 และมีการใช้งาน Instrument Debugger ด้วย ห้ามพลาดครับเล่มนี้

3. Hot Cocoa Screencast – Thomas Vinck : อันนี้เพิ่งเจอเมื่อไม่กี่วันนี้เองครับ Screencast สอนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้วย Cocoa Framework เนื้อหาเข้าใจง่าย ภาพคมชัดคุณภาพ HD และที่สำคัญ ฟรีครับ ไม่มีค่าใช้จ่าย ตอนนี้เนื้อหาเพิ่งอยู่บทที่ 9 ลองเข้าไปดูกันครับ วิธีก็คือใช้โปรแกรม iTunes ครับ เข้าไปที่ iTunes Store แล้วก็เสิร์ชเอาเลย ว่า Hot Cocoa แล้วก็ Subscribe เอาได้เลย

4. CocoaCast – Boris Klaydman : อันน้ีก็ Screencast เหมือนกันครับ เคยเข้าไปดูนานแล้ว แล้วไม่ได้ดูต่อ ดีเหมือนกันครับ ตอนนี้ไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว แต่ก็แนะนำไว้อีกที่ครับ วิธีการเข้าไปดูก็เหมือนกับอันบนครับ search ว่า cocoacast

5. iPhoneDevCentral.org website : เวบนี้ก็ดีครับ เป็นที่รวมทั้ง Article Tutorial และ  Screencast Tutorial และ Forum ต่างๆด้วย แถมแบ่งระดับให้อีกตะหาก เวบนี้ต้องลองครับ

6. iPhone Developer’s Cookbook – Erica Sadun : เล่มนี้เคยแนะนำใน Entry เก่าแล้วครับ ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่เท่าไหร่ แต่ก็เป็น ตัวอย่างโค้ดสำหรับมือใหม่ได้ ส่วนมือที่ไม่ใหม่แล้วก็ได้ประโยชน์ดีครับ ทำอะไรเป็นขึ้นอีกเยอะเลย เล่มนี้ออกตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้วแล้วครับ ไปหาซื้อหาอ่านเอาเองได้ตามสะดวกครับ (มีให้โหลดแล้วนะครับ แต่ต้องหากันเองนะครับ)

7. Begining iPhone Development : Exploring iPhone SDK -Dave Mark & Jeff LaMarche : เล่มนี้ครับ ของใหม่มาแรง ผมเองก็เพิ่งได้มาเมื่อต้นมกราคม คิดว่าเล่มนี้น่าจะเป็นเล่มที่สมบูรณ์มากเล่มนึงเท่าที่ตอนนี้มี (ตอนนี้มีสองเล่ม เหอะๆ) เล่มนี้น่าจะเหมาะกับการเริ่มต้นศึกษาใหม่ๆ เพราะไม่ยากเกินไป (เล่มนี้หาโหลดได้อีกแล้วเช่นกัน)

8. Stanford CS193P Course : Course iPhone Development ของมหาลัย Stanford ครับ เปิดให้เข้าไปดู Slide ได้ฟรี (แต่ดู Video ไม่ได้ แย่จัง) เนื้อหาประมาณ 20 บทครับ มีประโยชน์ล้วนๆ!! และขอแนะนำแบบสุดๆให้ไปลองอ่านกันดู  (แล้วจะเข้าใจว่าทำไมฝรั่งมันเก่งกันนัก)

ลิงค์อยู่ที่นี่ครับ : CS193P Cocoa programming Course

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแหล่งข้อมูลหลักๆที่ผมใช้ศึกษาทั้งที่ผ่านมาและปัจจุบันนะครับ แนะนำกันไว้เผื่อจะสนใจไปลองดูกัน แทบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษนะครับ อยากให้ทำใจและอย่าไปกลัวกับเรื่องภาษา อันที่จริงผมก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษเลย (ดูจากที่แปล Entry เป็นภาษาอังกฤษก็รู้) และถ้าอยากให้มีเวบแบบนี้เป็นภาษาไทยเยอะๆ ก็ช่วยกันอ่าน ช่วยกันแปล ช่วยกันแชร์ข้อมูลนะครับ

12 comments กุมภาพันธ์ 2, 2009

Book Review : เข็มทิศชีวิต II ตอน กฎแห่งเข็มทิศ

ชื่อหนังสือ : เข็มทิศชีวิต II ตอน กฎแห่งเข็มทิศ
ผู้แต่ง : ฐิตินาถ ณ พัทลุง
หมายเลข ISBN : 978-974-592-217-4

หลังจากอ่านมายาวนาน ก็อ่านจบซะที(ที่จริงก็ไม่ได้ยาวนานมาก แต่เล่มนี้อ่านแบบไม่ได้รีบอ่าน แล้วก็อ่านไปเรื่อยๆทุกเช้า วันละสิบยี่สิบหน้า เลยกินเวลานิดหน่อย) กับหนังสือที่คนไทย 80% น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี (แต่อาจไม่รู้ว่าออกเล่มสองแล้ว)

ผมอ่านเล่มนี้แล้ว บอกได้เลยว่า “คล้าย The Secret” มากๆ มากจริงๆ ไม่ได้หมายถึงว่าผู้เขียนไปก๊อปปี้ The Secret มานะครับ ที่อยากจะบอกคือ ประเด็นหรือสิ่งที่ผู้เขียนเอามาอธิบายนั้น หลักการ รวมถึงสิ่งที่เอามายกตัวอย่างในการอธิบาย มันเหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเป็น “กฎการดึงดูด (Law of Attraction)”, “อวกาศ”, “คลื่นความคิดบวก” ฯลฯ คำหลายๆคำนี้ เป็นคำที่ผมเจอในหนังสือประเภทนี้ที่ผมเคยอ่านมาก่อนหน้านี้แทบจะทั้งนั้น

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน ก็คงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการอธิบาย ซึ่งต่างจาก The Secret ตรงที่เข็มทิศชีวิตจะอธิบายอย่างชัดเจน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 บท เกี่ยวกับความสุข, การงานและความรัก ซึ่งแต่ละอย่างมีกฎมีกลไกของมันอยู่ มีเหตุและมีผลของมันอธิบายอยู่อย่างชัดเจน ซึ่งจุดนี้ที่ผมมองว่ามันต่างกับ The Secret เพราะ The Secret ไม่มีบอกเหตุผล และขอให้เราเชื่ออย่างไม่มีข้อแม้ แล้วทำ มันจะดีเอง (อารมณ์นั้น)

สำหรับหนังสือเล่มนี้ผมว่าเป็นหนังสือที่ดีมากนะครับ อ่านแล้วสงบจิดใจได้เยอะมากเลยทีเดียว สงบจิตใจและช่วยให้เราเข้าใจชีวิตได้ดีเลย ทำให้ชีวิตของเราเลือกที่จะไม่กลัวกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะรับและเรียนรู้เพื่อให้ตัวเองพบกับความสุขและเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง ตัวเล่มก็น่าอ่านครับ ถึงดูเล่มจะหนาก็หนาเพราะกระดาษเป็นกระดาษปอนด์หนาเนื้อดี สี่สีตลอดเล่ม ภาพประกอบสวยงาม (คราวนี้เป็นแนว vector-art ด้วยโปรแกรม illustrator ไม่เหมือนเล่มที่แล้วที่เป็นงานศิลปะ) 

ถ้าใครอ่าน The Secret ไม่รู้เรื่อง หรือ ไม่เคยอ่านหนังสือแนวๆนี้ ก็แนะนำเลยครับ อ่านไม่ยากจริงๆครับ

Add comment มกราคม 31, 2009

ฺBook Review : วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน

ชื่อหนังสือ : วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน
ผู้แปล : สฤณี อาชวานันทกุล
สำนักพิมพ์ : Openbook
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ: 978-974-8233-335-2

แค่ชื่อหนังสือก็เท่แล้ว แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีดีแค่ชื่อเท่เท่านั้น ความคิดภายในหนังสือยังเท่กว่าชื่อหนังสือซะอีก

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมตั้งใจจะหามาอ่านตั้งแต่งาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2008″ แล้ว แต่หาไม่เจอ เพราะไม่รู้ว่าของสำนักพิมพ์อะไร พอได้รู้ก็ไม่แปลกใจ เพราะซุ้มของ Openbook ในงานสัปดาห์หนังสือเนี่ย ทั้งคนทั้งหนังสือเยอะจริงๆ เลยพลาดสายตาไปซะได้ ได้อีกทีก็จากงาน “สัปดาห์ห้องสมุด” ของ ม.ศิลปากร

Book review หนังสือเล่มนี้คงไม่ใหม่สำหรับใครหลายๆคน เพราะเท่าที่ไปเสิร์ชใน google มีคน review ไว้เยอะมาก นี่น่าจะการันตีความน่าอ่านของหนังสือได้เป็นอย่างดี ส่วนผมก็ช่วยการันตีให้อีก review นึงแล้วกัน

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่คัดสรรบท “ปัจฉินนิเทศ” ของคนดังในสาขาอาชีพต่างๆ ที่กล่าวขึ้นในพิธีจบการศึกษาของนักศึกษามหาลัยต่างๆ ซึ่งแต่ละท่าน บางชื่อเราๆอาจจะเคยได้ยินชื่อกันจนคุ้นหู เช่น บิล เกตต์ (เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft) หรือ สตีฟ จ๊อบส์ (เจ้าของและผู้ก่อตั้ง Apple Computer) เป็นต้น

โดยเนื้อหา ส่วนมากจะกล่าวถึง สิ่งสำคัญที่ควรระลึกถึงหลังจากจบการศึกษาแล้ว ย้ำคิดเพื่อให้ตระหนักได้ว่า “ก้าวต่อไปของเราคืออะไร” เพราะการจบการศึกษาไม่ใช่ก้าวสุดท้ายแต่เป็นก้าวแรกของชีวิต เมื่อก่อนเรามักมีเป้าหมายของชีวิตคือ “เรียนให้จบแล้วก็ทำงาน” การเรียนมีเป้าหมายคือเรียนจบ แต่การทำงานเป้าหมายคืออะไร ความเป็นจริงคือ “หลายคนหลงทางกับการเดินทางไปเป้าหมายนี้” ฉะนั้น หนังสือเล่มนี้จะบอกให้คุได้ย้อนกลับมาดูตัวเองบ้าง เผื่อว่าคุณกำลังหลงทางอยู่

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เครียดเท่าที่คิดนะครับ อ่านสนุก น่าคิด โดยส่วนตัวผมชอบของ Steve Jobs และ David Foster (โดยเฉพาะ David Foster สำนวนคมกริบเลยทีเดียว สมแล้วที่เป็นนักเขียน) มากที่สุด ท่านอื่นๆก็ชอบนะครับ และผมเชื่อว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณก้าวไปสู่เป้าหมายของชีวิตที่คุณต้องการได้สมดังใจหวังนะครับ แนะนำครับ หนังสือเล่มนี้

2 comments มกราคม 23, 2009

Cocoa & iPhone Development : Introduction to iPhone Development

ตอนนี้ผมมีหัวเรื่องเกี่ยวกับการเขียน App บน iPhone เพียบเลย เพราะเพิ่งจะเขียนแอพไอโฟนเสร็จไปตัวนึง เป็น Twitter Client ครับ ยังไม่มีอะไรมากเพราะเป็นแค่แอพที่ทดลองเขียนตาม Assignment ของ CS193P iPhone App Dev ของ Stanford ที่เคยโพสไว้ Entry ก่อนนี้

เมื่อก่อน Entry เกี่ยวกับ Cocoa ของผมดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่ อันนี้ผมก็ไม่แปลกใจ เพราะบ้านเราใช้ .net framework แทบจะเป็นหลักในการพัฒนาแอพ(เพื่อโปรเจคจบหรือขาย) บวกกับบ้านเราคนใช้เครื่องแมคก็ไม่ได้มากมายอะไร แถม Developer บนแมคยิ่งน้อยใหญ่เลย

แต่ตอนนี้ อะไรๆมันเริ่มเปลี่ยนไป หลายๆคนสนใจการพัฒนาแอพด้วย Cocoa Framework ไม่ใช่เพื่อเครื่องแมค แต่เพื่อ “iPhone” นั่นเอง ใน Entry ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนเรื่อง “การสร้างปุ่มแบบ Run-Time บน iPhone” ปรากฎว่ามีผู้สนใจสอบถามเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาแอพบน iPhone เพราะจะทำเป็นโปรเจคจบ ผมก็เลยคิดว่า งั้นผมจะเขียน Entry เกี่ยวกับการพัฒนาแอพบน iPhone เป็นบทๆไปด้วย นอกจากที่เขียนเป็นทิปๆไป คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับผู้สนใจและเอาไว้แลกเปลี่ยนความรู้กันไปอีกทางนึง

เกริ่นมาเนิ่นนานแล้ว เริ่มเลยแล้วกันนะครับ !!

Chapter 0 : Before we’re start | ก่อนจะเริ่ม

ก่อนที่เราจะเริ่มการพัฒนาแอพบน iPhone นั้น ก็ต้องเตรียมตัวกันก่อนครับ เช็คตัวเองกันนะครับว่ามีสิ่่งเหล่านี้หรือยัง

1. Mac Computer : นี่ไม่ได้มาโฆษณานะครับ แต่มันจำเป็นต้องมี สิ่งแรกที่ขาดไม่ได้คือ เครื่องแมค (intel คงไม่มีปัญหา แต่ PPC ผมว่ามันคงจะอืดน่าดู) ต้องแสดงความเสียใจให้กับสาวก Windows นะครับ เพราะ Apple ไม่ได้ออก SDK For Windows มาให้ 

แต่ก็ไม่ได้ผูกขาดซะทีเดียวนะครับ Opensource iPhone’s Library ก็มีอยู่เหมือนกัน ติดแต่ตรงที่ทำงานบน Linux, ไม่มี Simulator, ไม่มี IDE ดีๆ ฯลฯ ซึ่งกว่าจะเสร็จงานก็คงตกยุคไปซะก่อน แต่ถ้าอยากลองก็ไม่ได้ว่ากันนะครับ เข้าไปดูรายละเอียดจากหนังสือ “iPhone Open Application Development: Write Native Objective-C Applications for the iPhone by Jonathan Zdziarski” กันได้

2. ความรู้เรื่องภาษา Objective-C : Objective-C เป็นภาษาหลักในการพัฒนาแอพบน iPhone ครับ เท่าที่รู้ตอนนี้ ยังไม่มีภาษาอื่นๆ ถ้าอยากรู้ว่ายากหรือแตกต่างกับ C หรือ C# มั้ย ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงบอกว่าไม่มาก แต่หลังจากปีที่ผ่านมาที่ Apple ปล่อย Objective-C 2.0 ออกมา ก็คงต้องบอกว่า ต่างกันอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มากมาย เรื่อง Objective-C จะพูดอีกตอนหลังนะครับ

3. ความรู้เรื่อง Object-Oriented Programming : จะว่าไปก็ไม่ใช่จำเป็นแค่เฉพาะกับการ Programming แค่บน  iPhone หรอกนะครับ แต่จำเป็นกับการ Programming ในปัจจุบันเลยทีเดียว ถ้ายังไม่แม่นไม่แข็งก็ต้องฝึกกันไปนะครับ เขียนบ่อยๆต่อไปก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆเอง โดยเฉพาะหัดเขียนบน Cocoa หรือ Cocoa Touch Framework อันนี้ช่วยให้เรียนรู้มากครับ เพราะบังคับให้เราเขียนแบบ OOP ทั้งหมด

4. ความรู้เรื่อง MVC Design Pattern : อันนี้ก็สำคัญครับ ปัจจุบัน MVC เป็น Design Pattern ที่ได้รับความแพร่หลายมากในการพัฒนา Application เพราะสามารถแก้ไข จัดการ หรือขยายสเกลของงานได้ง่าย ซ่ึงปัจจุบัน Application ทั้งหลายก็ออกแบบด้วย Design Pattern นีเป็นส่วนมากนะครับ

หลักๆเลยก็จะมีส่ีอย่างนี้นะครับ ที่จะต้องมีเพื่อการพัฒนา iPhone Application สำหรับหัวข้อที่ 2-4 สามารถหาศึกษาได้ทั่วไปนะครับ หรือถ้าอยากอ่านจากหนังสือ ก็แนะนำ Cocoa(R) Programming for Mac(R) OS X (3rd Edition) by Aaron Hillegass ครับ เล่มนี้ถือว่าเป็นไบเบิลของ Cocoa Programming เลยก็ว่าได้ หรือถ้าบนเวบก็เข้าไปที่ Developer Connection ของ Apple ได้ครับ 

ในบททนี้ก็จบไว้เท่านี้ก่อนแล้วกันนะครับ สำรวจตัวเองกันพร้อมแล้ว ก็เจอกันบทถัดไปครับ ;)


Now, I have a many topic about iPhone application programming. Because I’m just finished written the first iPhone application. It’s twitter’s client application. It not have a many features because I try to do from Stanford’s course, CS193P : iPhone app dev. And I ever says about this course in entry before. 

 

From the past, Entry about Cocoa programming look like not have a person who interested in. But I’m not surprise, Because .net framework is more popular  for application development (for grad’s project or commerce). And a mac user group in Thailand is not much and don’t say about mac developer, It’s really small. 

But now. Many things is change. Many developer interesting an application development on Cocoa Framework. Not for Mac but for iPhone. From before this entry, I write about “How to create a button on Run-Time on iPhone” and have a comment from person who interest in iPhone development (He’ll do for grad’s project). So, I think I should write an Entry about “iPhone Development” as chapter over and above  only “Programming Tip”. I hope it useful for who interest and for exchange knowledge.

Says for a long time. Lets start!!

Chapter 0 : Before we’re start 

Before we start to iPhone Application Development. Check yourself. Do you have these thing ?

1. Mac Computer : I’m not an apple’s reseller but it essential. A first thing which you must had is Mac Computer (Intel is no prob but PPC I’m not sure, It’ll very slow). Say sorry to Windows users because Apple not release iPhone SDK for Windows.

But not fully monopolize. It’s have opensource iPhone Library too. But It’s work on Linux, Not have simulator, Not have a good IDE and etc. I think it’ll waste of time. But if you interest, Can look on this book  ”iPhone Open Application Development: Write Native Objective-C Applications for the iPhone by Jonathan Zdziarski” 

2. Knowledge about Objective-C : Objective-C is a main programming-language for iPhone Application Development. For other, I’m not sure. Obj-C will not same as C# after Apple release Obj-C 2.0. About Obj-C I’ll say later.

3. Knowledge about Object-Oriented Programming : Not only for iPhone App Dev but for current programming. If you not understand, you must try. Hard practice is better for you especially  practice on Cocoa or Cocoa Touch Framework. It’s help you more understand about OOP because it force you to done everything as object.

4. Knowledge about MVC Design Pattern : It’s essential too. Now MVC is a popular design pattern for application because it easy to manage and enlarge a work scale in later version. Now all of application design on MVC Design Pattern.

For a main is these 4 things which you must have before application development for iPhone for 2-3 choice you can read from general in internet. Or if you want to read from book, I recommend Cocoa(R) Programming for Mac(R) OS X (3rd Edition) by Aaron Hillegass. This book is like as a Bible for Cocoa Programming. Or read from developer Connection of Apple.

3 comments มกราคม 22, 2009

Book review : Magic of Thinking BIG – คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

 

Magic of Thinking BIG คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

Magic of Thinking BIG คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

 
ชื่อหนังสือ : Magic of Thinking BIG คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
ผู้แต่ง : David J. Schwartz
เรียบเรียง : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
สำนักพิมพ์ : ซีเอ็ด
ประเภทหนังสือ : พัฒนาตนเอง 

ดูจากหน้าปกแล้ว นอกจากจะขึ้นหราว่า “หนังสือขายดีระดับโลก” กับสรรพคุณบรรยายไว้คล้ายกับฉลากยา ว่าอ่านแล้วจะประสบความสำเร็จอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนล้วนไฝ่หา จนดูเหมือนว่าหนังสือเล่มนี้บรรยายสรรพคุณไว้เกินจริง

แต่จากการที่ผมได้อ่านแล้ว ก็มั่นใจมากว่า “ถ้าเอาไปใช้ได้ สรรพคุณที่หน้าปกก็ไม่น่าจะกล่าวจนเกินไป” สำหรับผมพูดได้เลย ว่านี่เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเล่มหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทำไมผมจึงยกยอกันซะขนาดนี้

หนังสือเล่มน้ีกล่าวถึงเรื่องของความแตกต่างระหว่างคนคิดใหญ่กับคนคิดเล็ก คิดใหญ่ไม่ได้แปลว่าคิดแต่จะเป็นใหญ่เป็นโต คิดแต่จะเป็นผู้ใหญ่ หรือคิดจะอำนาจบาตรใหญ่ ในทำนองเดียวกัน คิดเล็กก็ไม่ได้หมายถึง คิดเล็กคิดน้อย คิดจุกคิดจิก หรือแม้แต่คิดถึงน้องเล็กก็ตาม(ฮา)

แต่การคิดใหญ่ที่ว่า หมายถึง “คิดที่จะก้าวไปข้างหน้า เพื่อไปประสบความสำเร็จ” ส่วนคิดเล็กก็หมายถึง “คิดให้ตัวเองแย่ลงหรือคงที่ เพื่ออยู่กับที่หรือแย่ลงกว่าเดิม” อาจจะสงสัยว่าใครจะไปคิดอย่างนั้น มีใครบ้างไม่อยากประสบความสำเร็จ มีใครบ้างอยากให้ตัวเองแย่ลงกว่าเดิม แต่เชื่อเถอะครับว่ามี ผมเองก็เป็นคนนึง ซึ่งเป็นเคยคนคิดเล็ก คิดโดยที่ไม่รู้ตัว และหลังจากได้อ่านแล้วได้รับข้อคิดดีๆมากมาย จนผมต้องหัดปรับตัวให้คิดใหญ่เข้าไว้ ไม่แน่หนังสือเล่มนี้อาจจะบอกคุณได้ว่า คุณคิดเล็กหรือคิดใหญ่

ภายในเล่มบอกถึงสิ่งคนคิดใหญ่คิดกันและปฎิบัติกัน เขาคิดเขาทำกันอย่างนี้ จึงประสบความสำเร็จ ซึ่งแต่ละสิ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ไกลตัว แต่บางทีเราอาจมองข้ามไปไกลมากๆซะจนไม่เคยเหลียวหลังหันกลับมาดู หนังสือเล่มนี้จะบอกคุณว่า สิ่งใดที่ทำให้คุณกำลังล้มเหลวและวิธีการแก้ไขสิ่งเหล่านั้น 

อีกแง่นึงที่ทำให้ผมชอบหนังสือเล่มนี้ คือ มีความคล้ายกับ “เดอะ ซีเครต” มากๆ หลายคนที่เคยอ่านอาจไม่เชื่อว่า “มันจะเป็นจริงไปได้อย่างไร อะไรมันจะประสบความสำเร็จง่ายปานนั้น” มันดูไม่เป็นเหตุเป็นผลกันนักกับความคิดเรื่อง “ความสำเร็จ” กับ “การส่งพลังงาน” ผมเองก็ยังไม่กระจ่างใจกับเดอะ ซีเครต เช่นกัน แต่สำหรับ Magic of Thinking BIG นี่คือ “เดอะ ซีเครต ภาคปฏิบัติ ภาคจิตวิทยา ภาคเหตุและผลที่น่าจะช่วยอธิบายให้คุณเข้าใจ เดอะ ซีเครต เล่มเก่าได้มากถึงทั้งหมด” (หากคุณเชื่อมโยงกันได้นะครับ)

 14 บทเรียนกับหนังสือราคา 150 บาท ไม่ใช่ราคาที่แพงเลยสำหรับบทเรียนที่มีประโยชน์มากมายขนาดนี้ จนถึงบรรทัดนี้ผมก็ขอพูดอีกครั้งว่า “เป็นหนังสือที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่ผมอ่านมา” และท้ายของบทที่ 1 คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะทำ คือ “อ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบให้เร็วที่สุด แล้วอ่านซ้ำเดือนละครั้ง จนกว่าจะจำได้ขึ้นใจ” หนังสือเล่มนี้แนะนำอย่างย่ิงครับ

Add comment มกราคม 14, 2009

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ @ศูนย์สิิริกิตติ์ฯ

ที่จริงรู้สึกว่าจะไม่ได้ชื่องานว่า “สัปดาห์หนังสือฯ” แล้ว แต่จำไม่ได้ว่าชื่ออะไรก็เอาเป็นว่า เข้าใจก็แล้วกันนะครับ งานเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 11 แล้ว และจะจัดต่อไปถึงวันที่ 23 ตุลาคมนี้ (เกินสัปดาห์ไปแล้ว) 

ภายในงานก็มีสำนักพิมพ์ไปออกบูธกันมากมาย ผมเองก็ไปโดยคาดหวังว่าอาจจะได้หนังสือ iPhone Programming ตามทีเคยลิสต์ไว้ซักเล่ม และหนังสือเกี่ยวกับสมองของ โทนี่ บูซานที่ขาดอยู่อีกสามเล่ม แล้วก็หนังสือ The Last Lecture กับ หนังสือ “วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน” ตามที่เคยเห็นนิตยสารเคยแนะนำไว้

ไปเดินงานเข้าจริงๆ หนังสือน่าอ่านเยอะมาก แต่ต้องทนไว้เพราะลิสต์หนังสือในใจมีเยอะเหลือเกิน เดินไปซักพักก็เจอบูธของ “สำนักพิมพ์ขวัญข้าว” และผมก็ได้หนังสือในลิสต์มาสองเล่ม คือ”ใช้หัวคิด” และ “ใช้หัวก่อน” ของ โทนี บูซาน ชื่อหนังสืออาจจะไม่น่าอ่านซักเท่าไหร่ รวมถึงรูปเล่มที่ดูจากน่าปกแล้ว ไม่น่าอ่านเอาซะเท่าไหร่เลย แต่เชื่อเถอะครับว่าเป็นหนังสือชุดพัฒนาสมองที่น่าจะดีที่สุดในงาน ทั้งชุดประกอบด้วยอีกสามเล่ม “ใช้หัวอ่านเร็ว” “ใช้หัวจำ” และอีกเล่มนึงอะไรผมไม่แน่ใจ(รู้สึกจะเป็นใช้หัวช่วยจำขั้นเทพ) ซึ่งจะสอนเกี่ยวกับเทคนิคการอ่านเร็ว อ่านเร็วแล้วเข้าใขด้วยนะครับ อันนี้ผมอ่านจบแล้ว ความเร็วเพิ่มจาก 160 คำ/นาที เป็น 560 คำ/นาที และคิดว่ายังเพิ่มได้อีกเยอะ ตอนนี้กำลังอ่านใช้หัวช่วยจำอยู่ ทักษะพวกนี้ผมคิดว่าสำคัญและทำให้เราได้เปรียบใครต่อใครหลายคน โดยเฉพาะกับนักเรียนนักศึกษา คิดง่ายๆถ้าก่อนสอบ 1 อาทิตย์ เราอ่านหนังสือได้จบ 1 รอบกับเราอ่านจบได้ 3 รอบอันไหนจะได้เปรียบว่ากัน รวมถึงทักษะอื่นๆเช่นการช่วยจำ ช่วยคิดอย่างเป็นระบบ ฯลฯ น่าอ่านขึ้นมารึยังครับ สนใจก็ลองหาอ่านกันได้ 

จากนั้น ผมก็เดินไปเรื่อยๆ และตบะผมก็แตกทันทีที่ยืนอยู่หน้าบูธของ “เพิร์ล พับลิชชิ่ง” พร้อมกับ “Arthimis Fowl ภาค มิติพิศวง” และ “แอร์แมน” ทั้งสองเล่มเขียนโดย โอเวน โคลเฟอร์ โดยเรื่อง Arthimis Fowl ผมอ่านมาตั้งแต่ประมาณ ม.5 แล้ว เป็นนิยายแปลเรื่องแรก และชอบทันทีที่อ่านบทแรก อ่านมาเรื่อยๆจนตอนนี้น่าจะภาค 6 แล้วมั้ง อาร์ธิมิสก็ยังไม่โตซักที (ฮาา) เรื่องราวเป็นอย่างไรให้เล่าก็คงจะยาวเกินไปแล้ว เอาเป็นว่าสนใจก็ลองอ่านดู สนุกครับ ส่วนเรื่อง แอร์แมน สนใจด้วยความรู้สึกที่มันน่าอ่าน เนื้อเรื่องก็น่าอ่านทีเดียว เป็นเรื่องของเด็กอัจฉริยะทางการบินที่บังเอิญไปรู้ความลับของรัฐบาล(หรือองค์กรอะไรซักอย่างนี่แหละ *ตอนเขียนนี่ผมยังไม่ได้อ่านเลยนะ) แล้วโดนจับไปขังคุกกลางเกาะซะงั้น ทางเดียวที่จะหนีรอดมาได้คือ “บิน” เท่านั้น พลอตเรื่องคล้าย “Prison Break” เลยนะเนี่ย แต่ก็น่าสนใจอยู่ และก็ได้ของแถมมาอีกเล่มนึง คือ “The Bone Magician – ปริศนาลับนักปลุกชีพ” ของ โอเวน โคลเฟอร์เหมือนกัน เป็นภาคต่อของ “The Secret Black Book – ปริศนาบันทึกลับสีดำ” ที่ซื้อมาอ่านตอนงานเมื่อคราวที่แล้วตอนต้นปี สรุปว่า ได้ของเพิร์ล พับบลิชชิ่ง เป็นชุดเลย

จากนั้นก็เดินจนหมดงาน และก็คิดว่าหนังสือในลิสต์คงจะได้แค่นี้ แล้วก็ไปสะดุดกับป้ายที่โปรโมตว่า “คุณหนูดี วนิษา เรซ” กำลังอยู่ที่ซุ้ม Book Smile เห็นคุณหนูดีกำลังเซ็นหนังสือ “อัจฉริยะ เรียนสนุก” อยู่ ก็เสียดายเพราะมีอยู่แล้ว (มีหมดแล้วทั้งอัจฉริยะสร้างได้และอัจฉริยะ เรียนสนุก ไม่มีก็ลายเซ็นอย่างเดียว) จะซื้ออีกก็กระไรอยู่ แต่ดันไปเห็นอีกเล่มนึง “The Last Lecture” หนังสือเล่มหนึ่งในลิสต์ของผม ว่าแล้วก็ไม่ต้องลังเลครับ หยิบมาโลด แล้วก็เอาไปให้คุณหนีดีเซ็นด้วย อิิอิ ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมคุณหนูดีเซ็นเล่มนี้ด้วย แต่พอลองเปิดอ่านดู(ระหว่างกลับบ้าน)ก็อ๋อทันที เพราะเป็นหนังสือที่คุณหนูดีแปลนี่เอง เนื้อหาน่าสนใจ เพราะเป็นเรื่องของการบรรยายครั้งสุดท้ายของอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย คาร์เนกี้เมล่อน (มหาลัยที่มีชื่อเสียงด้านคอมพิวเตอร์แห่งหนึงในอเมริกา) ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆเพราะเขาตรวจพบมะเร็งในตับ 10 ก้อนและมีชีวิตได้อีกไม่ถึงเดือน เขาตัดสินใจใช้เวลาทุกวินาทีที่เหลืออย่างคุ้มค่ากับลูกและภรรยาที่รัก และการบรรยายนี้ก็เป็นทางเลือกของเขา ซึ่งเขาอาจจะหมดแรงไประหว่างบรรยายหรือระหว่างเดินทางก็ได้ ไม่มีใครรู้ แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะทิ้งเลคเชอร์ครั้งสุดท้ายนี้ เพื่อลูกของเขาในอนาคต เพื่อโลก เพื่อเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป น่าสนใจมากครับว่าศาสตราจารย์คอมพิวเตอร์ผู้นี้จะทิ้งอะไรไว้ให้กับชาวโลก กับเลคเชอร์ที่ทำให้คุณหนูดีแปลต้นฉบับทั้งน้ำตา ลองอ่านดูครับ

สรุปว่า ผมก็ได้หนังสือมาเยอะพอสมควรเลย อ่านได้ถึงปีหน้าเลยทีเดียว ฮ่าๆ ใครยังไม่ได้ไปงานก็รีบไปซะนะครับ อ่านหนังสือกันเถอะ

1 comment ตุลาคม 19, 2008

Waiting for iPhone Developer’s Book.

ตอนนี้กระแสของ iPhone กำลังมาแรงสุดๆ เดินไปบนถนนวันนี้หาไม่ยากเลย ที่จะเจอใครซักคนนั่งจิ้มเดินจิ้ม iPhone กัน เป็นกันทั้งโลกไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย (ที่ใช้กันเกร่อมากๆ ใช้กันอย่างกับมีขายพร้อมกับที่อเมริกาเลย ในหนังใน MV มีใช้หมด!! ทั้งๆที่ยังไม่มี)

ไม่ใช่แค่กระแสของ User เท่านั้นที่มาแรงนะครับ กระแสของ Developer ก็มาแรงสุดๆด้วยเช่นกัน ในเวลานี้กระแสการพัฒนาโปรแกรมบน iPhone ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากบรรดา Developer ในต่างประเทศไม่ต้องถามครับ ในประเทศไทยอันนี้ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่ามีคนเริ่มหันมาหัดเขียน Cocoa, Objective-C กันแล้วหล่ะ สาเหตุท่ีต้องเป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า “การพัฒนา Application บน iPhone มีภาษาให้เลือกใช้ได้ 2 ภาษา คือ C/C++ และ Objective-C เท่านั้น เลือกเอาแล้วกันนะครับ” ส่วนอยากจะใช้ภาษาอะไรนั้น คุณ [ter] @ mac’feteria ได้เขียนไว้ประมาณนี้ (ขออ้างอิงหน่อยนะครับ)

“ข้อดีของภาษา C นั้น อยู่ที่มีสามารถหาคู่มือและตัวอย่างได้ง่าย เข้าร้านหนังสือร้านไหนก็เจอหนังสือภาษาซีเลยทีเดียว แต่ข้อเสียคือ ยากที่จะเขียนให้มันดีได้ เพราะมันมีสิ่งที่ลงลึกถึงระดับหน่วยความจำได้ที่เรียกว่า Pointer แต่ไม่มีสิ่งที่จัดการหน่วยความจำอย่าง Garbage Collector เพราะฉะนั้น Pointer จึงเป็นเหมือนดาบสองคมสำหรับ C/C++ Programmer ส่วน Objective-C นั้น เป็นภาษาที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก มี Library ให้ใช้งานพร้อมสรรพ สามารถใช้งาน Interface Builder ได้ และที่สำคัญ สามารถใช้งาน Pointer ได้และมี Garbage Collector ให้ด้วย จะเสียก็แต่ว่า หาหนังสืออ่านได้ยากมากและเป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมด”

ในความคิดของผม ถ้าถามว่าผมใช้ภาษาไหนผมก็ใช้ Objective-C อยู่ดีแหละครับ และแนะนำให้ใช้ Objective-C ด้วย (คิดว่าคงไม่มีคนดื้อใช้ C/C++ อยู่แล้ว) ด้วยเหตุผลหลายประการ

หนึ่งก็คือ Objective-C เป็นภาษาที่เป็น OOP แท้ ไม่เหมือน C++ นี่เป็นข้อสำคัญของการเขียนโปรแกรมในปัจจุบัน เราจะพัฒนา Application ขนาดใหญ่ที่ดีมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ถ้าไม่เขียนให้มันเป็น OOP ไม่ได้ว่า C/C++ เขียนโปรแกรมให้ดีไม่ได้นะครับ แต่มันต้องใช้ประสบการณ์ที่สูงมากจริงๆ

สองอย่างที่คุณ [ter] บอกครับ มี Interface Builder ให้ใช้ อยากรู้ว่าเขียน App บน iPhone แบบไม่มี Interface Builder ใช้เป็นยังไง แนะนำให้ไปลองเล่น Cappuccino Web Framework ครับ ใช้เป็นภาษา Objective J แทบจะเหมือนกับ Objective-C เป๊ะ แต่เขียน Interface เอาเองนะครับ ลองดูแล้วจะซึ้ง (Objective J ว่ามันภาษามันสวยเหมือน Objective-C แล้วยังขนาดนี้เลย แล้วถ้าภาษาอย่าง C/C++ หล่ะ)

สามอย่าคิดว่าหนังสือในร้านหนังสือจะดีหมดครับ อย่าคิดว่าหนังสือภาษาซีในร้านหนังสือจะดีหมดหรือเขียนถูกทุกเล่ม บางทีจนแล้วจนเล่า เราก็ต้องซื้อหนังสือภาษาซีต่างประเทศอยู่ดี หรือแม้แต่หนังสือภาษาต่างประเทศยังเขียนผิดก็มีเหมือนกัน ดังนั้นผมไม่คิดเลยว่าหาหนังสือง่ายเป็นข้อดีของภาษา C/C++ ในทางกลับกัน ตัวอย่างของ Code การเขียนโปรแกรมบน iPhone ที่เป็น Objective-C สามารถหาได้ง่ายกว่า C/C++  ซะอีก บน Internet Tutorial, Document, หนังสือ, หรือแม้แต่ SDK ก็เป็น Objective-C ทั้งนั้นแหละครับ

สรุป ใช้ Objective-C เหอะครับ อย่าฝืนใช้ C/C++ เลย ถ้าไม่ได้เป็น Mac User ก็ลองปิดหน้าต่างแล้วเปิดประตูมาทาง Mac มั้งก็ดี!!

…ว่าแต่ทำไมผมเกริ่นยาวนานขนาดนี้เนี่ย อันที่จริงผมแค่อยากจะบอกว่า ตอนนี้หนังสือสำหรับพัฒนา Application บน iPhone ออกมายั่วน้ำลายผมกันใหญ่แล้ว มีแต่ปกออกมาให้ดู แต่ยังไม่จำหน่าย เล่มไหนน่าสนใจมั่ง มาดูกัน


เล่มนี้ครับ ทางลัดของ Developer หนังสือ iPhone Cookbook’s Developer ของ Addison Wesley เล่มนี้จะจำหน่ายในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ราคา $29.79 (ประมาณพันบาท) แต่มีข่าวมาว่าจะออกมาในรูปแบบของ PDF ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ !! รอโหลดก่อนหล่ะครับ

อันนี้ไม่ใช่ทางลัดแบบ Cookbook เล่มที่แล้ว Begining iPhone Development ของ APRESS เล่มนี้จะจำหน่ายวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ราคา $26.39 (ประมาณ 900 บาท) เล่มนี้ก็น่าสนใจครับ เนื้อหาอาจจะไม่ลึกเท่าไหร่ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

เล่มนี้ซิครับ ไฮไลท์ iPhone SDK Development ใน The Pragmatic Programmer Series เล่มนี้น่าจะเหมาะกับผู้เริ่มต้นและครอบคลุมเนื้อหาส่วนอื่นๆไว้อย่างครบถ้วนเลย เป็นหนังสือที่ขึ้นไว้ในหน้าเวบของ iPhone dev ของเวบ Apple เลยทีเดียว น่าสนใจมาก เล่มนี้จะจำหน่ายวันที่ 10 ธันวาคนโน่น ราคา $27.71 (ประมาณแปดร้อยเกือบเก้าร้อยบาท) 

ทั้งหมดนี้เป็นหนังสือที่ผมกำลังรอคอยอยู่ว่าเมื่อไหร่จะได้อ่านมันซะทีหนอ ที่จริงมันก็มีอีก แต่ออกตั้งปีหน้าโน่น ช่างมันเถอะไว้ค่อยเขียนอีกที ส่วนคนที่สนใจจะเขียน Objective C เริ่มต้นไม่รู้จะไปทางไหน แนะนำเล่มนี้เลยครับ

Cocoa Programming for mac OS X ของ Aaron Hillegass เล่มนี้ถือเป็นไบเบิลของ Cocoa Programming เลยทีเดียว แทบจะเป็นก้าวแรกสำหรับทุกๆคน(รวมทั้งผม)ที่จะต้องอ่าน ตอนนี้ Relese มานานแล้ว สามารถซื้อหามาอ่านกันได้หรือหาโหลดกันตามเวบได้เช่นกัน อ่านเล่มนี้รอกันไประหว่างรอ 3 เล่มบนออกละกัน เอิ๊กๆ 

3 comments ตุลาคม 11, 2008


สัตว์เลี้ยง

ไปเห็นในเวบบอร์ดมา อยากลองเอามาแปะเล่นๆดูมั่ง ผ่านเข้ามาก็แวะกดให้อาหารมันเล่นๆให้หน่อยก็แล้วกันนะครับ อิอิ


ให้อาหารหน่อยครับ คลิกที่นี่

อยากมีสัตว์เลี้ยงมั่ง คลิกเลย

Reading book

Beginning iPhone Development: Exploring the iPhone SDK

ใช้หัวคิด

Post Calendar

พฤศจิกายน 2009
พฤ อา
« ก.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

New Coming Post

หมวดหมู่

Blogroll

Mac & iPhone Dev Useful Link

ป้ายกำกับ

2 Language Entry Book Books Buddhist cocoa Cocoa Programming Cocoa Touch Programming core data core image core webservice DVD Food Games gmail hotmail iPhone iPhone SDK itune iTunes mac Macbook mail microsoft mighty mouse Monitor Monitor calibrate Movie Music mv nikon D70 Nutrition Obj-C person Personal Philosophy Photography Podcast Political Programming Quicktime Travel White Balance windows Wish list Work