Mental Model ของนักศึกษา

กรกฎาคม 14, 2007 at 4:06 pm ใส่ความเห็น

จากหัวเรื่อง ดูเหมือนเราเป็นอาจารย์แล้วยังไงก็ไม่รู้เลย

ที่จริงไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะบันทึกเรื่องนึงที่ได้จากการเข้าเรียนวิชา UI เมื่อวันก่อนเอาไว้ซักหน่อย

Mental Model = ทัศนะคติ
Mental Model การเรียน = ทัศนะคติในการเรียน

ทัศนะคติในการเรียนถ้าแบ่งเป็นกลุ่มๆ คงแบ่งได้ซักสามกลุ่ม
กลุ่มแรก คือตั้งใจจำที่อาจารย์สอนหน้าห้องให้ได้มากที่สุด – กลุ่มนี้ ไม่ต้องบรรยายอะไรมากก็เห็นภาพ เห็นได้เยอะที่สุดในปัจจุบัน เน้นจำสิ่งที่อาจารย์สอนในห้องให้ได้มากที่สุด แล้วก็เอาไปเข้าห้องสอบ จบ
กลุ่มที่สอง พยายามเข้าใจกับสิ่งที่อาจารย์สอนให้ได้มากที่สุด – กลุ่มนี้ก็ไม่ต้องอธิบายอะไรมากอีก ส่องกระจกตัวเองก็พอจะเห็น ออกจะดูดีกว่ากลุ่มแรก ดูมีความคิด แต่ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น เพราะแค่เป็รวิธีที่คนจำไม่แม่น(หรือขี้เกียจจะจำ) เอาไว้ใช้กัน
กลุ่มที่สาม เอาไปทำจริงๆเลย – กลุ่มนี้พูดในห้องเข้าใจรึเปล่าไม่รู้ รู้มั่งไม่รู้มั่ง แต่ลองเอาทั้งหมดไปลองทำดู ให้เห็นภาพเห็นผลจริงๆไปเลย เห็นแล้วมันก็เข้าใจได้เอง และอาจจะเข้าใจอย่างอื่นนอกจากที่สอนในห้องซะอีก

ถ้าให้เทียบว่าอันไหนดีที่สุด ก็ต้องบอกว่า แบบที่สามอยู่แล้วแหละ ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า เราจะเอาเวลาที่ไหนมากมายมาลองทำหล่ะ ในเมื่อตารางเรียนเรามันแน่เอี๊ยดซะขนาดนั้น

…ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ รู้แต่ว่านักวิทยาศาสตร์เก่งๆดังๆอย่างไอน์สไตน์ หรือ นิวตัน หรือแม้แต่ใครๆ ก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน

ถามว่าทำไมเขาถึงทำได้ คำตอบคือ “ความเชี่ยวชาญ”

คิดเอาง่ายๆ ว่าจะปรุงก๋วยเตี๋ยวให้ถูกปากเรานั้น ต้องใส่เครื่องปรุงอะไรยังไงนั้น กว่าที่เราจะปรุงได้แม่นนั้น เราต้องผ่านหารปรุงมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันถ้วย ถึงจะได้ ขนาดที่ว่าเรารู้อยู่แล้ว ว่าอะไรมันมีรสยังไง ก็ยังต้องใช้เวลาเยอะอยู่ดี

เทียบกับการเรียนแล้ว วิชาเรียนใหม่ๆบทเรียนใหม่ๆ ก็เป็นเหมือนเครื่องปรุงที่เราไม่รู้เลยว่ารสชาติมันเป็นยังไง
ถ้าเราจำได้แม่นแบบคนกลุ่มแรก ว่ามันหวานเราก็รู้ว่ามันแค่หวาน ไม่รู้ว่ามันหวานแค่ไหน
ถ้าเราเอาไปทำความเข้าใตแบบคนกลุ่มสอง ว่ามันหวาน เราก็จะเอาไปเทียบกับสิ่งที่เรารู้จักอยู่แล้ว เช่น หวานไม่เกินน้ำตาล แต่หวานไม่ถึงน้ำผึ้ง เป็นต้น
แต่ ถ้าเราลองตักเข้าปากไปเลยแบบคนที่สาม ก็จบ รู้ละว่ารสยังไง หวานขนาดไหน

เมื่อเราเข้าใจถึงมันอย่างถ่องแท้แล้ว เชี่ยวชาญมันพอแล้ว อยากจะเอาไปใช้ยังไงถ้าคิดว่าเหมาะก็เอาไปทำเลย

เหอะๆ มันก็ประมาณนี้แหละครับ รู้อย่างนี้แล้ว ผมเองก็ต้องพยายามไปใช้โมเดลการเรียนรู้แบบที่สามแล้วหล่ะ(ยอมรับครับ ว่ายังเป็นกลุ่มที่สองอยู่) content นี้ผมคงจะเข้ามาอ่านบ่อยๆ เอาไว้เตือนตัวเองให้ปรับตัวซะที…เฮ้ออออ (ที่พิมพ์อยู่ก็เหมือนนั่งด่าตัวเองอยู่เลยนะเนี่ย พิมพ์ไปเข้าตัวไป เหอะๆๆ)

**Quote ในห้องมาแทบจะไม่ผิดเพี้ยน เหมือนแม้กระทั่งตัวอย่าง กูมันแบบที่ 1 อยู่นี่หว่า เหอะๆๆๆๆ

Entry filed under: Uncategorized.

OSX เบื่อคนไทยมากกว่าบอลไทยซะอีก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


del.icio.us For iPhone dev

Post Calendar

กรกฎาคม 2007
พฤ อา
« มี.ค.   ก.ย. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

%d bloggers like this: