Book Review : The Last Lecture – แรนดี เพาซ์

ตุลาคม 25, 2008 at 3:03 pm 4 ของความคิดเห็น

 

เล่มนี้ไม่ใช่ขงผมนะ ผม่านเวร์ชั่นภาษาไทย

เล่มนี้ไม่ใช่ของผมนะ ผมอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทย

 

จบแล้วกับหนังสือเล่มแรกจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่อยู่ในลิสต์หนังสือที่อยากซื้อแล้วได้มาจากในงาน ผมเลือกอ่านหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกแทนที่จะอ่านอาร์ธีมิส ฟาวล์ ภาคใหม่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเป็นหนังสือที่อยากได้แล้วยังได้ลายเซ็นของผู้แปลมาด้วย ก็ไม่ใช่ใครครับ “คุณหนูดี วนิษา เรซ” แถมมาด้วย แถมเจอตอนกำลังจะกลับบ้านแล้ว กะว่าคงไม่มีแล้ว ดันเห็นคนกำลังโปรโมทว่าคุณหนูดีกำลังมาที่บูท สไมล์บุค ก็เลยแวะไปดูอีกรอบ ดันเจอเล่มนี้ซะงั้น ได้เจอไอดอลด้วย พรหมลิขิตชัดๆ (ฮ่าๆ) ก็เลยได้มาอีกเล่ม คุณหนูดีเป็นไอดอลของผมคนนึงเลยนะ คนอะไร สวย เก่ง สดใส เพอร์เฟคมากๆ เสียดายที่ไม่ได้เอาหนังสือของคุณหนูดี 2 เล่มแรกไป (อัจฉริยะสร้างได้ กับ อัจฉริยะเรียนสนุก) ให้เซ็นด้วย อุตส่าห์มีตีพิมพ์ครั้งที่ 1 ทั้งสองเล่มเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ เอาเหอะ เล่มนี้ก็ได้ เอาเหมือนกัน ดีกว่าไม่มี (แต่เล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งที่ 4 ซื้อช้าไปหน่อยนึง) ว่าแล้วก็ขออวดหน่อย

 

ขวดนิสนึงคับ 555+

ขออวดนิสนึงคับ 555+

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องของ แรนดี เพาช์ ศาสตราจารย์ด้าน Virtual Graphics ของมหาลัย Carnegie Melon ชื่อมหาลัยนี้ผมได้ยินครั้งแรกตอนเรียนปีสาม ตอนหัดใช้ Alice เรียน OOP และ แรนดี เพาซ์คนนี้ก็เป็นหนึ่งในทีมงาน Alice เช่นกันด้วย ปัจจุบันผมรู้จักมหาวิทยาลัยนี้ว่ามีชื่อเสียงทางด้าน IT มหาลัยหนึ่งของโลก ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเขาตรวจพบว่าเขามีมะเร็งในตับอยู่ 10 ก้อน มีชีวิตเหลืออยู่ไม่กี่เดือน กับลูกสามคนที่อายุไม่กี่ขวบและภรรยาผู้เป็นที่รัก เขายอมเอาเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดและเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยลงเต็มที่ มาบรรยาย “เดอะ ลาสต์ เลคเชอร์” ของตัวเอง แทนที่จะเอาเวลาไปอยู่กับคนที่รักตราบเท่าที่ลมหายใจยังมี คำถามคือ “เพราะอะไร (Why)” และ “สิ่งที่อยากจะบอกนั้นคืออะไร (What)”

หลายสิ่งหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้ลึกซึ้งและให้แง่คิดที่ดีมากๆ ทั้งเรื่องของการใช้ชีวิต ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าไม่มีใครเข้าใจชีวิตมากกว่าคนที่รู้ตัวว่าคนที่กำลังจะตายหรอก และที่ผมชอบอยู่ประโยคหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ

” ถ้าคุณอยากเข้าใจชีวิต คุณก็ต้องเข้าใจความตาย และถ้าคุณอยากเข้าใจความตาย คุณก็ต้องเข้าใจชีวิต “

เลคเชอร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเลคเชอร์เรื่องของความตาย แต่เป็นเลเชอร์เรื่องของชีวิต เมื่ออ่านแล้ว คุณน่าจะได้ย้อนกลับมาคิดเรื่องของชีวิตของคุณบ้าง สิ่งใดที่คุณทำหายไปหรือไม่ได้ทำ ความฝันในวัยเด็ก จินตนาการ พลัง หรืออะไร เมื่อได้อ่านเลคเชอร์นี้แล้ว คุณน่าจะได้ย้อนกลับมามองตัวเองแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีแนวความคิดอื่นๆมากมาย บางอย่างคุณอาจคิดว่าไม่(รวมทั้งผม) แต่บางอย่างก็ใช่อย่างรุนแรง การอ่านเลคเชอร์เล่มนี้คุณจะได้ข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิตอย่างมากมาย น้อยที่สุดก็ต้องมีซักข้อแต่ผมมั่นใจว่ามันมากกว่านั้นแน่นอน และ ที่เยี่ยมที่สุดคือคุณจะได้เห็นความรักแท้ของคนที่เป็นพ่อ เมื่อคุณอ่านมาถึงบทสุดท้าย คุณจะมองเห็นภาพในห้องเลคเชอร์ห้องนั้นและคุณจะต้องซึ้งกับความรักที่ยิ่งใหญ่ของแฟมิลี่แมนคนหนึ่ง และความรักอย่างลึกซึ้งสุดหัวใจ (อ่านแล้วผมแทบจะร้องไห้ จริงๆนะ พูดแบบไม่อายเลยเนี่ย) และเมื่อคุณอ่านไปถึงตอนจบ คุณก็จะรู้ว่า เลคเชอร์นี้ เขาทำเพื่อใคร

ผมรู้สึกว่าบุคลิกของเขาคล้ายๆกับคนๆนึง คือ “พี่เดฟ (อ.รวิทัต)” ที่สอนอะไรๆให้ผมหลายอย่างมาตลอดเนี่ยแหละ อ่านแล้วนึกถึงพี่เขาเลย (ฮาๆ) หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมแน่ใจว่า “นี่เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ดีที่สุดในตู้หนังสือของผมเลย” มันมีคุณค่ามากๆ และผมอยากให้ทุกคนได้อ่านจริงๆ เชื่อว่า อ่านแล้วทุกคนต้องชอบเหมือนผมแน่ๆ ขอบคุณสำนักพิมพ์ อมรินทร์ ด้วยสำหรับหนังสือดีๆและ ขอบคุณคุณ “หนูดี” ด้วยที่แปลหนังสือดีๆแบบนี้

OnoaOnoa’s Overall Rating : ★★★★★ (5 ดาว) ไปหามาอ่านกันเถอะครับ ของเขาดีจริง ;)

Entry filed under: Books. Tags: .

How to set iTunes support a FLAC Audio filetype Book Review : Arthemis Fowl and The Time Paradox

4 ความเห็น Add your own

  • 1. Joke  |  พฤศจิกายน 6, 2008 ที่ 1:48 am

    อิจฉาจริง

    เล่มนี้ขอได้ป่ะ อยากได้

    ตอบกลับ
  • 2. kanombabin  |  ธันวาคม 10, 2008 ที่ 10:23 am

    สวัสดีค่ะ เราก็เป็นแฟนหนังสือของคุณหนูดีเหมือนกันชอบทุกเล่มเลย สองเล่มแรกเราก็อ่านแล้ว ตอนนี้กำลังอ่าน the last ture อยู่ชอบมาก
    รุ้สึกว่าคุณแรนดี เพาซ์ เป็นคนมหัศจรรย์ เหมือนกับคุณหนูดีก็เป็นคนมหัศจรรย์ ดูท่าทางเราจะคอหนังสือ คอเดียวกันนะ แล้วก็ไอดอลของเราอีกคนก็คือ คุณบัณฑิต อึ้งรังษี หนังสือของคุณบัณฑิตก็ดีนะคะ ลองไปหาอ่านดู และไอดอลอีกคนของเรา คุณโดนัลด์ เจ ทรัมป์
    เราชอบอ่านหนังสือหมวดการพัฒนาตนเองมาก แอดมาคุยกันได้นะคะ

    ตอบกลับ
  • 3. พุท  |  มิถุนายน 16, 2009 ที่ 11:39 am

    กำลังอ่านรอบที่ 2 ครับ เวลารู้สึกแย่กับชีวิตมากมาก หยิบขี้นมาเปิดดู มีกำลังใจขึ้นเยอะ (แค่หยิบและเปิดเท่านั้นนะครับ) เหมือนหนังสือเล่มนี้มีพลังมากมาก รู้สึกได้เลยว่าเราได้รับกำลังใจเต็มเต็ม จาก Mr.Pausch และ คุณหนูดี ที่ส่งมอบมาให้ ไม่เคยรู้สึกผูกพันกับหนังสืออย่างมากมาก แบบนี้นานแล้วครับ ขอบคุณที่ส่งสิ่งดีดีมาปลอบประโลมคนที่รู้สึกแย่ให้มีกำลังใจใช้ชีวิตแบบนี้ครับ ขอบคุณผู้ที่แนะนำให้ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้ (อ.เอด) ……อยากให้ทุกคนได้รับประสบการณ์กับหนังสือเล่มนี้เหมือนผมครับ

    ตอบกลับ
    • 4. Jerapong Nampetch  |  มิถุนายน 20, 2009 ที่ 1:44 am

      ครับ ดีใจที่ได้รู้จักแฟนหนังสือแนวนี้อีกคนนะครับ

      สำหรับผมไม่ได้หยิบแล้วเปิดก็มีกำลังใจหรอกครับ แค่เห็นชื่อหนังสือก็เหมือนถูกดูดเข้าไปเลย (ฮ่าๆ เว่อร์ได้อีก) เป็นหนังสือที่ดีกว่าที่ผมคิดเอาไว้ด้วยซ้ำ อ่านแล้วก็อย่างที่ไหนหนังสือว่าแหละครับ ได้ย้อนกลับไปคิดว่าเราหลงลืมอะไรไปบ้างรึเปล่า ที่เราอยากทำจริงๆ พอกลับมานั่งทำก็มีความสุขแม้มันจะดูไร้สาระ(จนถึงปัญญาอ่อนเลย) แต่ก็มีความสุขมากครับ ดีใจที่ Last Lecture และ Mr.Pausch ช่วยเติมพลังใจให้คุณได้นะครับ ที่จริงหนังสือดีๆเล่มใหม่ๆก็มีเยอะครับ แล้วผมจะมา Review เพิ่มเติมให้นะครับ

      ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


del.icio.us For iPhone dev

Post Calendar

ตุลาคม 2008
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

%d bloggers like this: