[Diary] Treasure from flood.

ธันวาคม 12, 2011 at 3:24 pm ใส่ความเห็น

นี่เป็น Entry แรกที่ผมได้เขียนด้วยเครื่องที่ห้องหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม ผ่านมา 2 เดือนเห็นจะได้ เราได้พบเห็นสิ่งต่างๆมากมาย ยามวิกฤตคนเราจะเผยธาตุแท้ของตนกันออกมา ยิ่งวิกฤตยิ่งเห็นชัด ทั้งธาตุแท้ที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ตัวผมเองก็เองก็เหมือนกันที่ได้รู้จักกับธาตุแท้ของตนเอง ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวมาก่อน ทั้งที่เป็นด้านดีและไม่ดี ซึ่งไม่ว่าจะเป็นด้านไหน ก็ที่ว่า “ดีใจที่ได้เจอ” ทั้งนั้น ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณ น้องน้ำ เอาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

สิ่งต่างๆมากมาย ที่น้องน้ำทิ้งไว้ให้ เมื่อจากไป แต่ละคนจะพบอะไรก็แล้วแต่คนจะมอง อย่างเข่นเรื่อง “ธาตุแท้ของคน” อย่างที่ผมเกริ่นไว้
…บางคนอาจจะมองเห็นแต่ความเสียหายที่ได้รับ
…บางคนอาจเห็นคุณค่าของทำเลบ้านของตัวเอง
…บางคนอาจได้รู้จักนวัตกรรมใหม่ๆแบบไทยประยุกต์
…บางคนอาจได้มีโอกาสได้นอนร่วมกันทั้งบ้าน ที่สูญหายไปนานแสนนาน
…และอีกหลายๆบางอย่าง ที่ก็แล้วแต่คนจะมองจริงๆ

สำหรับผม ผมเองก็ได้สิ่งต่างๆมากมายเช่นกัน สิ่งที่ผมเรียกมันว่า “ขุมทรัพย์” ดังที่หัวเรื่องจั่วไว้ ขุมทรัพย์เหล่านั้นสำหรับผม มีอะไรบ้าง

1. หนังสือ – สำหรับหนอนหนังสือ อะไรจะน่าดีใจไปมากกว่าหนังสือดีๆซักเล่ม การเก็บบ้านหนีน้ำท่วม ทำให้ผมได้พบกับหนังสือเล่มนึง ที่ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันอยู่ในบ้าน และครั้งหนี่งในชีวิต ผมจำได้ว่าผมอยากได้มันมาก แต่ด้วยความที่ยังไม่มีรายได้มากมาย ก็จำใจปล่อยให้โอกาสซื้อหนังสือเล่มนั้นหลุดลอยไป จนเพิ่งได้มาเห็นนี่แหละ ว่าแม่ผมได้มันมานานแล้ว แถมอยู่จนกล่องใส่เหลืองเลยด้วยซ้ำ (แต่ตัวหนังสือยังสวยงามเหมือนใหม่เหมือนเดิม) หนังสือเล่มนั้นคือ “Photo Art Exhibition | Our Beloved King ของ Anuchai Sechaunpatong” อาจจะนึกไม่ออกแต่ถ้าบอกว่าเป็นหนังสืออัลบัมภาพถ่าย “รูปที่มีทุกบ้าน” ของเมื่อหลายปีก่อน น่าจะอ๋อกัน

…หลังจากที่ได้อ่านแล้ว ชื่นใจมาก อ่านแล้วมีความสุขมากจริงๆ

2. โอกาสอยู่กับครอบครัว – เชื่อว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนได้รับ แต่มองเห็นกันมั้ยไม่รู้ สำหรับผม มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่ผมจะได้ลากพ่อกับแม่ไปกินอาหารอร่อยๆในเมือง ซึ่งปกติ เขาไม่ยอมจะไปกันหรอก บ่นว่าแพงบ้างอะไรบ้าง ซึ่งผมก็ไม่ค่อยจะสนหรอก แพงไม่เป็นไรแต่อยากให้เขาได้ลองบ้าง และน้ำท่วมครั้งนี่ก็เป็นจังหวะดีแล้ว ถึงเขาจะชอบบ้างไม่ชอบบ้าง แต่ก็ยังดี ที่เขาได้ลองเห็นอะไรบ้าง

โอกาสที่ได้นอนด้วยกันทั้งบ้าน ซึ่งเรื่องนี้พ่อดูจะชอบมาก คงเพราะรู้สึกครอบครัวอบอุ่น ผมเองก็ดีใจแต่ก็เป็นบางช่วงเถอะครับ เพราะช่วงที่นอนด้วยกันผมนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ พ่อแม่นอนกรนกันซะค่อนข้างมาก อิอิ

3. ตัวตน – ผมเข้าใจและรู้จักตัวเองมากขึ้น ผมได้รู้ตัวว่าแท้จริงแล้ว “ผมเหมือนพ่อมาก” ความคิด ลักษณะนิสัย ฯลฯ หลายสิ่งที่ผมเคยบ่นหรือชอบแซวพ่อ ผมได้รู้ว่า “จริงๆแล้ว ผมก็เป็น” ผมเคยอ่านในหนังสือเรื่อง “วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน” ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นบทของ Guy Kawasaki ก็บอกไว้ประมาณนั้น “จริงๆแล้วคุณเหมือนพ่อแม่ของคุณมากกว่าที่คุณคิด คำพูดคำจา ความรู้สึกนึกคิด หรือแม้แต่กลิ่น เมื่อคุณอายุเท่าเขาคุณจะเข้าใจ” ผมเชื่อเรื่องนี้หมดใจเลย

เรื่องนึงที่แปลกใจที่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นเหมือนพ่อคือ “ผมชอบธรรมชาติมากกว่าที่คิด” ผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมชอบความเรียบง่ายและอะไรที่เป็นไปตามธรรมชาติ และเป็น Minimalist มากกว่าที่เคยเข้าใจ ความเสียหายของบ้านจากน้องน้ำ หลายคนคิดจะหาเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เอาแบบที่ทนน้ำ แต่ผมกลับชอบที่ “เราไม่มีโซฟาแต่ได้เกลือกกลิ้งกับพื้นกระเบื้อง” “เราไม่มีชั้นโชว์สูงๆใหญ่ๆ แต่เรามีที่ให้ลมพัดเข้าบ้าน” ความมีน้อยๆแต่พอใช้นี่แหละ ผมคิดว่าคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ถ้านี่เป็นจุดเริ่มต้นของความพอเพียง น้ำท่วมครั้งนี้ก็คือการพัดพาความคิดดีๆเข้าบ้านผมมาเลยหล่ะ

นอกเรื่องนิดนึง ผมอ่านคอลัมน์-ฟังข่าว มักจะพบข้อความว่า “น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เราต้องรู้จักระวังและป้องกันภัยธรรมชาติให้มากขึ้น” ผมไม่คิดว่ามันถูกเลย เราควรจะเรียนรู้ที่จะ “อยู่และปฏิบัติกับธรรมชาติด้วยความเคารพ” มากกว่า ถ้าเราดูแลธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะดูแลเรา มันเป็นกระจกสะท้อนกันและกันอย่างจริงแท้  หลังจากน้ำท่วมครั้งนี้ ผมว่าเราต้องตระหนักเรื่องการอยู่กับธรรมชาติให้มากขึ้นมากกว่ามานั่งคิดว่า ป้องกันยังไงให้เอาอยู่แล้วปฏิบัติกับธรรมชาติตามสันดานเดิมๆมากกว่านะ

อีกเรื่องที่ผมได้ฝึกคือเรื่องการ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร พ่อ-แม่ ผมนี่แหละ เรื่องความรู้สึกและจิตใจไม่ใช่เรื่องที่เอาตรรกะมาจัดการได้เลย ความเป็นห่วงบ้านของเขา เอาระดับความสูงของน้ำมาจัดการไม่ได้เลย บ้านเขาใช้ทั้งชีวิตสร้างมา เป็นเรื่องยากจริงๆถ้าจะให้เขาย้ายออกไป นี่เป็นเรื่องที่ผมได้ตระหนักรู้ขึ้นมา จะให้ใครเขาทำอะไร ให้ลองคิดว่าเป็นตัวเองดู ว่าจะทำได้มั้ย ผมเกิดมาก็มีบ้านอยู่ จะตัดใจปล่อยมันแช่น้ำไว้ผมทำได้ แต่ของที่ผมซื้อเองจริงๆ ผมเก็บไว้เหนือน้ำเป็นอย่างดีอยู่สูงชนิดที่ไม่มีทางจะโดนน้ำได้ถ้าไม่ 2 เมตรครึ่ง …นั่นแหละ ของใครใครก็ห่วงแหละเนอะ ดังนั้นผมเองก็ได้ฝึกการคิดถึงใจคนอื่นขึ้นเยอะ บางทีก็ต้องยอมให้พ่อกลับมานอนบ้าน มาลำบากโดยที่เขาไม่จำเป็นและตัวเองก็ไม่สบายใจ แต่การพบกันครึ่งทางและเห็นอกเห็นใจเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันมากจริงๆ

จริงๆยังมีอีกหลายๆเรื่องที่คิดได้ตอนน้ำท่วม แต่ตอนนี้นึกออกแค่นี้ เรื่องที่ดีก็มีมาก เรื่องที่น่าเศร้า ความจริงอันโหดร้ายก็มี แต่ว่าพอไว้แต่เท่านี้ดีกว่า ท้ายที่สุดนี้อยากบอกว่า น้ำไม่ได้พัดแต่สิ่งเลวร้ายและเข้ามาทำร้ายเราอย่างเดียว แต่ก็ได้พัดพาสิ่งดี ข้อคิดดีๆมาให้เราด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเห็นมั้ย “ธรรมชาติส่งบทเรียนมาให้เราเรียนรู้และปรับปรุงเสมอ ถ้าเรารู้ตัวและพัฒนาแก้ไขเราจะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป แต่ถ้าเราเมินเฉยไม่สนใจ ธรรมชาติจะพัดพาบทเรียนที่หนักหนากว่ามาบอกเราจนกว่าเราจะแก้ไขและสนใจมัน” (จากหนังสือ เข็มทิศชีวิต) …เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผู้อื่นด้วยนะครับ ฝันดีครับทุกคน :)

Entry filed under: Personal.

ARC (Automatic Reference Counting) Part II

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


del.icio.us For iPhone dev

Post Calendar

ธันวาคม 2011
พฤ อา
« พ.ย.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

%d bloggers like this: