Posts tagged ‘Book’

[Book Review] Head First : ใช้หัวก่อน – Tony Buzan

ตั้งใจว่าจะอัพเดตเรื่อง iPhone Dev ซัก entry  นึงมาคั่น หลังจากอัพเรื่องเพลงเอย หนังสือเอย แต่ท้ายที่สุด Entry นี้ก็มาอยู่ที่ Book Review อีกจนได้ …แต่หนังสือเล่มนี้ น่าสนใจจริงๆครับ

เชื่อว่าหลายๆคน คงจะเคยอ่านหนังสือเรื่อง “อัจฉริยะสร้างได้ ของ หนูดี วนิษา เรซ” กันมาบ้าง ต่อให้ไม่เคยอ่านก็คงเคยได้ยินได้เห็นหนังสือเล่มนี้กันบ้างแหละ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่ผมอ่านนอกจากชีตเรียนกับการ์ตูน และเปลี่ยนชีวิตผมให้หันมาอ่านหนังสือประเภทอื่นๆที่หลากหลายมากขึ้น …จำได้ว่า Book Review เล่มแรกใน Blog นี้ก็เล่มนี้นี่แหละ

หนังสือที่ว่า พูดถึงทฤษฎีเรื่องความอัจฉริยะด้านต่างๆของมนุษย์ที่เรียกว่า “ทฤษฎีพหุปัญญา” ถ้าคุณอ่าน “อัจฉริยะสร้างได้” แล้วติดใจ อยากรู้มากยิ่งขึ้น “ใช้หัวก่อน” คือหนังสือเล่มต่อของ “อัจฉริยะสร้างได้” ครับ

ใช้หัวก่อน กล่าวถึงเรื่อง “ทฤษฎีพหุปัญญา” ซึ่งว่าด้วยความฉลาดของมนุษย์ครับ คนเราไม่ได้ต้องคิดเลขเก่งถึงจะถือว่าเป็นอัจฉริยะ ตรงกันข้าม เราอาจถือว่าเป็นอัจฉริยะแม้ว่าเราจะคิดเลขไม่เก่งได้ เพราะความอัจฉริยะไม่ได้มีแค่ด้านเดียว และยิ่งไปกว่านั้น คือเราสร้างความเป็นอัจฉริยะเพิ่มเติมได้ ซึ่งความอัจฉริยะแต่ละด้านที่ว่านี้ มีอะไรบ้าง เป็นอย่างไร เรามีความฉลาดด้านนั้นๆอยู่เท่าไหร่ และ จะสร้างมันได้อย่างไร ทั้งหมดอยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว

ข้อแตกต่างระหว่าง “ใช้หัวก่อน” กับ “อัจฉริยะสร้างได้” ต่างกันอยู่ตรงที่เนื้อหาจะเข้มข้นมากกว่า (แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสหรือเป็นวิชาการอ่านยาก) มีแบบบททดสอบให้ได้ลองประเมินตัวเองดู อ่านแล้วอาจจะไม่ได้อารมณ์อ่านนิยายเหมือน “อัจฉริยะสร้างได้” แต่ก็ได้อารมณ์เหมือนฟัง Talkshow ก็สนุกดีไปอีกแบบ

แต่ข้อเสียก็คือ รูปเล่ม หน้าตาอาจจะไม่สวย (บอกตามตรงว่าปกเชยได้อีกเยอะๆเลย) รูปเล่มไม่เหมาะกับการพกพานัก (แต่ผมก็พกไปอ่านใน MRT ได้จนจบนะ) กระดาษใช้่กระดาษถนอมสายตาก็จริง แต่สีที่ไฮไลท์คำสำคัญมาให้นี่ไม่ถนอมสายตาผมเลย (สีส้มแปร๊ดเลย คิดได้ไงก็ไม่รู้) …นี่ผมติเยอะกว่าชมไปรึเปล่าเนี่ย

แต่โดยสรุปแล้ว หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีมากๆๆๆ เล่มนึง จริงๆผมซื้อเล่มนี้ไว้นานมากแล้ว แต่ได้หยิบมาอ่านหลังจากผ่านไปประมาณปีนึง (ก็เพราะหน้าตามันด้วย เลยทำให้อยากไว้อ่านทีหลัง) ถ้าชอบเรื่อง “ทฤษฎีพหุปัญญา” อยากพัฒนาสมอง ต้องลองอ่านเล่มนี้ครับ รับรองจะติดใจในเนื้อหา!! (เน้นครับว่าเนื้อหา เรื่องอื่นหยวนๆไปนะครับ)

มีนาคม 9, 2011 at 3:40 pm 1 ความเห็น

Book Review : อัจฉริยะสร้างสุข

ออกมาอีกแล้วสำหรับหนังสือซีรี่ส์ “อัจฉริยะ” ของคุณ “หนูดี วนิษา เรซ” โดยคราวนี้โฟกัสกันด้วยเรื่องของ “ความสุข” โดยเนื้อหาก็จะแนวเหมือนๆกับเล่มก่อนๆ ที่ออกเป็น ทฤษฎีที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายๆ เกี่ยวกับกลไกของสมอง ตามด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับความสุขในรูปแบบต่างๆ บอกเล่าผ่านประสบการณ์ของคุณหนูดี ที่ำได้จากการเรียนที่มหาลัย ฮาร์วาร์ด กับอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงหลายๆคน

คนเก่งแล้วจะมีความสุขหรือเปล่า คนไม่เก่งจะไม่มีความสุขรึไม่ การมีความรักอย่างมีความสุขทำอย่างไร คู่มือการใช้ชีวิตให้ทุกๆวันมีความสุขแบบที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยอ้างอิงสไตล์คุณหนูดี จะมาช่วยให้คุณมีความสุขในทุกๆวันธรรมดา

จากที่ผมอ่านแล้ว หนังสือเล่มนี้เชื่อมโยงกับหนังสือหลายๆเล่มที่ผมเคยอ่าน อย่างเช่น The Secret, เข็มทิศชีวิต 2 หรือแม้แต่เล่มที่ยังไม่ได้อ่านอย่าง “วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน 2” ผมมองว่ามันคือเี้รื่องเดียวกันเลยนะครับ ต่างกันในแง่ของการอธิบายเท่านั้นเอง

The Secret จะอธิบายความสุขในแง่ของความเชื่อและศรัทธา ยกตัวอย่างคนที่สำเร็จได้เหมือนปาฏิหาริย์ ส่วนเข็มทิศชีวิตจะพูดถึงความสุขผ่านหลักธรรม ออกแนวทำให้เข้าใจและปล่อยวาง ออกธรรมะ แต่ของคุณหนูดีจะอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ มีเหตุผลการทดลองรับรอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรต่างกันเลย

หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือความสุขที่ดีอีกเล่มนึง ถ้าอยากมีความสุขแบบอัจฉริยะก็ต้องเล่มนี้เลยครับ ช่วยคุณได้แน่นอน

Spoil : The Secret เหมือนกันตรงเรื่องของการกล่าวขอบคุณกับสิ่งรอบๆตัว ส่วน เข็มทิศชีวิต 2 เหมือนกันตรงเรื่องการเรียนรู้ความทุกข์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดเพื่อให้เราเรียนรู้ (เหมือนเป๊ะเลย ไม่รู้คุณหนูดีอ่านเหมือนกันรึเปล่า)

มิถุนายน 9, 2009 at 1:15 pm 1 ความเห็น

ฺBook Review : คิดแบบกฏ 80/20

ชื่อหนังสือ : คิดแบบกฎ 80/20
ผู้เรียบเรียง : พันโทอานันท์ ชินบุตร
ISBN : 978-974-06-4077-6

picture-1

ในช่วงที่ผมกำลังเรียนและทำงานกับอาจารย์รวิทัต(พี่เดฟ) จนแม้ปัจจุบันก็ทำงาน ผมเคยได้ยินคำว่า “กฎ 80/20” อยู่หลายครั้งหลายคราว และหลายครั้งที่พี่เดฟก็ได้อธิบาย แต่ก็ยอมรับว่าไม่ค่อยจะเข้าใจนัก พอเข้าใจก็ไม่เชื่อมากนักเพราะมันมีข้อขัดแย้งอยู่ในใจมากมายว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ก็เข้าใจได้ทันที

เรื่องของกฎ 80/20 หรือ “กฎปาเลโต้” เป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ มันก็มีประมาณว่า โลกที่แท้จริงคือ “ความไม่เท่าเทียม” เหตุและผลในสิ่งต่างๆมีอยู่สองประเภท คือ “เหตุใหญ่ๆที่เกิดผลเล็กน้อย” และ “เหตุน้อยๆแต่เกิดผลใหญ่โตมหาศาล” โดยเราให้ความสำคัญที่แบบหลัง คือ “เหตุน้อยแต่เกิดผลใหญ่” ซึ่ง อัตราส่วนของเหตุและผลที่ว่า จะเป็น 80:20 โดยประมาณ ลองดูจากสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัวเรา ที่เกิดจากเหตุและผลเช่นนี้ก็เช่น “รายได้รวมของคนไทย 80% อยู่ในกลุ่มคน 20% โดยประมาณ” หรือ “การใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 80% เกิดจากโปรแกรมที่เราลงในเครื่องเพียงประมาณ 20% นั่นเอง ซึ่งก็คือพื้นที่ที่เราลงระบบปฏิบัติการเอาไว้”

นี่เป็นกฎของธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่ในทุกเรื่อง คราวนี้มาลองมาประยุกต์ในเรื่องของงาน คุณต้องการให้ “ทำงานอย่างหนักแต่เงินเดือนน้อย” หรือ “ทำงานน้อยแต่เงินเดือนอย่างหนัก” กันละครับ มั่นใจว่า 100% ตอบอย่างหลังแน่ๆ แล้วมันจะต้องทำไงหล่ะ คำตอบก็คือ “ให้คุณโฟกัสงานไปที่ 20% ที่จะมีผลให้บริษัทได้ประโยชน์ถึง 80% สิครับ” หรือพูดง่ายๆก็คือ “พยายามเลือกงานที่สำคัญที่สุด” หรือไม่ก็ “ลงแรงกับการสร้างเครื่องทุ่นแรงซะ เพื่อช่วยให้มันทำงาน 80% ให้คุณโดยที่คุณทำงานแค่ 20%” เท่านั้น

บางคนอาจสนใจหรืออาจไม่เชื่อ แต่กฎนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง และประยุกต์ใช้กับชีวิตในเรื่องอื่นๆได้ด้วย เพื่อให้ชีวิตของคุณก้าวหน้าต่อไป ถ้าสนใจสามารถหาอ่านได้ครับ หนังสือเล่มนี้ เรียบเรียงโดยพันโทอานันท์ ชินบุตร ผู้เขียนหนังสือแนวพัฒนาตนเองและพัฒนาความคิดหลายเล่มที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด หนังสือเล่มไม่หนาครับ ร้อยกว่าหน้า หนังสืออาจจะหน้าปก+กระดาษ+รูปเล่ม ไม่น่าอ่านเท่าไหร่ แต่เนื้อหาดี เข้าใจง่าย เชื่อว่าน่าจะเป็นหนังสือที่อยู่ใน 20% ที่คุณเคยอ่านแล้วเปลี่ยนชีวิตคุณไปถึง 80% แน่นอน

กุมภาพันธ์ 5, 2009 at 7:49 am ใส่ความเห็น

Cocoa & iPhone Development : แนะนำแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม

ตอนนี้ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน iPhone เป็นที่สนใจสำหรับหลายๆคน และผมก็เป็นคนหนึ่งและก็เขียนบทความเกี่ยวกับการพัฒนาบนแมคอยู่ที่นี่มา ที่มานั่งเขียน Entry ต่างๆก็เพราะตัวผมเองก็มีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้ประมาณ 2 ปีแล้ว พบว่า “แทบจะไม่มีบทความเกี่ยวกับการพัฒนาบนแมคที่เป็นภาษาไทยเลย” เท่าที่เสิร์ชเจออยู่สองที่ คือ ที่นี่ กับ แมคเฟทีเรีย ที่พูดถึงการพัฒนาบนแมคเป็นหลัก นอกนั้นอาจมีแค่ประปราย

แล้วผมไปศึกษาจากที่ไหนบ้าง ก็จะเอามาเขียนใน Entry นี้นะครับ บางที่อาจจะเคยโพสไว้ใน Entry เก่าๆ และบางอันอาจจะใหม่กิ๊งประมาณว่าเพิ่งเจอเมื่อไม่กี่วันนี้เอง คิดว่าน่าจะมีประโยชน์เหมือนกัน (อย่างน้อยก็กับคุณเป้นะครับ อิอิ ตามกันมาทุก Entry เลยทีเดียว)

1. Mac’Feteria Website : เวบไซต์เกี่ยวกับการพัฒนาบน iPhone อีกที่นึงที่เป็นภาษาไทย เท่าที่ผมเจอของคุณ ter (ที่จริงผมคิดว่าเคยเจอพี่เขาแล้วนะครับ ที่ VizRT คิดว่าไม่น่าผิดคน) เวบนี้ก็แบ่งเนื้อหาเป็นบทๆเรื่องๆเหมือนกันกับที่นี่ ตอนนี้เนื้อหาก็ยังเป็นส่วนของการเริ่มต้นเช่นกัน แต่เนื้อหาจะลงลึกไปถึง Coding เลย ลองเข้าไปสกรีน ไปดูคร่าวๆก่อนก็ได้ครับ เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง เคยเห็นก็ยังดีแหละครับ

ลองเข้าไปดูที่ http://www.macfeteria.com

2. หนังสือ Cocoa Programming for Mac OS X – Aaron Hillegass : เล่มนี้เคยแนะนำไปแล้ว และก็จะขอแนะนำอีกที เล่มนี้คือ Bible สำหรับการพัฒนาบนแมคจริงๆครับ ผมก็เริ่มจากเล่มนี้แหละ ไม่เคยอ่านก็ต้องไปหามา ไม่ซื้อก็โหลดแหละครับ หาไม่ยากเลย (แต่แนะนำให้ซื้อ) ตอนนี้ออก 3rd Edition แล้ว เนื้อหาครอบคลุม Objective-C 2.0 และมีการใช้งาน Instrument Debugger ด้วย ห้ามพลาดครับเล่มนี้

3. Hot Cocoa Screencast – Thomas Vinck : อันนี้เพิ่งเจอเมื่อไม่กี่วันนี้เองครับ Screencast สอนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้วย Cocoa Framework เนื้อหาเข้าใจง่าย ภาพคมชัดคุณภาพ HD และที่สำคัญ ฟรีครับ ไม่มีค่าใช้จ่าย ตอนนี้เนื้อหาเพิ่งอยู่บทที่ 9 ลองเข้าไปดูกันครับ วิธีก็คือใช้โปรแกรม iTunes ครับ เข้าไปที่ iTunes Store แล้วก็เสิร์ชเอาเลย ว่า Hot Cocoa แล้วก็ Subscribe เอาได้เลย

4. CocoaCast – Boris Klaydman : อันน้ีก็ Screencast เหมือนกันครับ เคยเข้าไปดูนานแล้ว แล้วไม่ได้ดูต่อ ดีเหมือนกันครับ ตอนนี้ไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว แต่ก็แนะนำไว้อีกที่ครับ วิธีการเข้าไปดูก็เหมือนกับอันบนครับ search ว่า cocoacast

5. iPhoneDevCentral.org website : เวบนี้ก็ดีครับ เป็นที่รวมทั้ง Article Tutorial และ  Screencast Tutorial และ Forum ต่างๆด้วย แถมแบ่งระดับให้อีกตะหาก เวบนี้ต้องลองครับ

6. iPhone Developer’s Cookbook – Erica Sadun : เล่มนี้เคยแนะนำใน Entry เก่าแล้วครับ ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่เท่าไหร่ แต่ก็เป็น ตัวอย่างโค้ดสำหรับมือใหม่ได้ ส่วนมือที่ไม่ใหม่แล้วก็ได้ประโยชน์ดีครับ ทำอะไรเป็นขึ้นอีกเยอะเลย เล่มนี้ออกตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้วแล้วครับ ไปหาซื้อหาอ่านเอาเองได้ตามสะดวกครับ (มีให้โหลดแล้วนะครับ แต่ต้องหากันเองนะครับ)

7. Begining iPhone Development : Exploring iPhone SDK -Dave Mark & Jeff LaMarche : เล่มนี้ครับ ของใหม่มาแรง ผมเองก็เพิ่งได้มาเมื่อต้นมกราคม คิดว่าเล่มนี้น่าจะเป็นเล่มที่สมบูรณ์มากเล่มนึงเท่าที่ตอนนี้มี (ตอนนี้มีสองเล่ม เหอะๆ) เล่มนี้น่าจะเหมาะกับการเริ่มต้นศึกษาใหม่ๆ เพราะไม่ยากเกินไป (เล่มนี้หาโหลดได้อีกแล้วเช่นกัน)

8. Stanford CS193P Course : Course iPhone Development ของมหาลัย Stanford ครับ เปิดให้เข้าไปดู Slide ได้ฟรี (แต่ดู Video ไม่ได้ แย่จัง) เนื้อหาประมาณ 20 บทครับ มีประโยชน์ล้วนๆ!! และขอแนะนำแบบสุดๆให้ไปลองอ่านกันดู  (แล้วจะเข้าใจว่าทำไมฝรั่งมันเก่งกันนัก)

ลิงค์อยู่ที่นี่ครับ : CS193P Cocoa programming Course

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแหล่งข้อมูลหลักๆที่ผมใช้ศึกษาทั้งที่ผ่านมาและปัจจุบันนะครับ แนะนำกันไว้เผื่อจะสนใจไปลองดูกัน แทบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษนะครับ อยากให้ทำใจและอย่าไปกลัวกับเรื่องภาษา อันที่จริงผมก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษเลย (ดูจากที่แปล Entry เป็นภาษาอังกฤษก็รู้) และถ้าอยากให้มีเวบแบบนี้เป็นภาษาไทยเยอะๆ ก็ช่วยกันอ่าน ช่วยกันแปล ช่วยกันแชร์ข้อมูลนะครับ

กุมภาพันธ์ 2, 2009 at 6:20 am 14 ของความคิดเห็น

Book Review : เข็มทิศชีวิต II ตอน กฎแห่งเข็มทิศ

ชื่อหนังสือ : เข็มทิศชีวิต II ตอน กฎแห่งเข็มทิศ
ผู้แต่ง : ฐิตินาถ ณ พัทลุง
หมายเลข ISBN : 978-974-592-217-4

หลังจากอ่านมายาวนาน ก็อ่านจบซะที(ที่จริงก็ไม่ได้ยาวนานมาก แต่เล่มนี้อ่านแบบไม่ได้รีบอ่าน แล้วก็อ่านไปเรื่อยๆทุกเช้า วันละสิบยี่สิบหน้า เลยกินเวลานิดหน่อย) กับหนังสือที่คนไทย 80% น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี (แต่อาจไม่รู้ว่าออกเล่มสองแล้ว)

ผมอ่านเล่มนี้แล้ว บอกได้เลยว่า “คล้าย The Secret” มากๆ มากจริงๆ ไม่ได้หมายถึงว่าผู้เขียนไปก๊อปปี้ The Secret มานะครับ ที่อยากจะบอกคือ ประเด็นหรือสิ่งที่ผู้เขียนเอามาอธิบายนั้น หลักการ รวมถึงสิ่งที่เอามายกตัวอย่างในการอธิบาย มันเหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเป็น “กฎการดึงดูด (Law of Attraction)”, “อวกาศ”, “คลื่นความคิดบวก” ฯลฯ คำหลายๆคำนี้ เป็นคำที่ผมเจอในหนังสือประเภทนี้ที่ผมเคยอ่านมาก่อนหน้านี้แทบจะทั้งนั้น

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกัน ก็คงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิธีการอธิบาย ซึ่งต่างจาก The Secret ตรงที่เข็มทิศชีวิตจะอธิบายอย่างชัดเจน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 บท เกี่ยวกับความสุข, การงานและความรัก ซึ่งแต่ละอย่างมีกฎมีกลไกของมันอยู่ มีเหตุและมีผลของมันอธิบายอยู่อย่างชัดเจน ซึ่งจุดนี้ที่ผมมองว่ามันต่างกับ The Secret เพราะ The Secret ไม่มีบอกเหตุผล และขอให้เราเชื่ออย่างไม่มีข้อแม้ แล้วทำ มันจะดีเอง (อารมณ์นั้น)

สำหรับหนังสือเล่มนี้ผมว่าเป็นหนังสือที่ดีมากนะครับ อ่านแล้วสงบจิดใจได้เยอะมากเลยทีเดียว สงบจิตใจและช่วยให้เราเข้าใจชีวิตได้ดีเลย ทำให้ชีวิตของเราเลือกที่จะไม่กลัวกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะรับและเรียนรู้เพื่อให้ตัวเองพบกับความสุขและเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง ตัวเล่มก็น่าอ่านครับ ถึงดูเล่มจะหนาก็หนาเพราะกระดาษเป็นกระดาษปอนด์หนาเนื้อดี สี่สีตลอดเล่ม ภาพประกอบสวยงาม (คราวนี้เป็นแนว vector-art ด้วยโปรแกรม illustrator ไม่เหมือนเล่มที่แล้วที่เป็นงานศิลปะ) 

ถ้าใครอ่าน The Secret ไม่รู้เรื่อง หรือ ไม่เคยอ่านหนังสือแนวๆนี้ ก็แนะนำเลยครับ อ่านไม่ยากจริงๆครับ

มกราคม 31, 2009 at 10:04 pm ใส่ความเห็น

Book Review : Trump 101 : The Way to Success

ลุกขึ้นมา Review หนังสือก่อนจะไปนอนอีกรอบด้วยฤทธิ์ยาแอคติเฟด เป็นหวัดส่งท้ายปีเก่าก็แบบนี้แหละ อากาศในกรุงเทพมันเอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่สบายแบบต่างจังหวัดซักเท่าไหร่

จากชื่อหนังสือก็พอจะบอกได้ครับ ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนเอกสารประกอบการเรียนวิชา “ความสำเร็จในชีวิต” ขั้นพื้นฐาน (หลักสูตรตามมหาลัยต่างประเทศ หรือแม้แต่ในประเทศไทย จะตั้งชื่อวิชาพื้นฐานด้วยรหัสวิชา 101) นั่นก็หมายความว่า หนังสือเล่มนี้เป็นพื้นฐานของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเลยทีเดียว

 

เล่มนี้เป็นภาษาังกฤษ ผม่านเล่มภาษาไทยครับ

เล่มนี้เป็นภาษาอังกฤษ ผมอ่านเล่มภาษาไทยครับ

 

 

จากย่อหน้าข้างต้น อาจจะสงสัยว่า “เขาเป็นใคร มีดีขนาดไหน ถึงกล้าออกแบบหลักสูตรความสำเร็จได้ขนาดนี้” Donald J. Trump เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ตึกของเขามีอยู่มากมายในเมืองต่างๆในอเมริกาและที่อื่นๆด้วย นอกจากตึกอาคาร เขายังมีสนามกอล์ฟเป็นของตัวเอง(กี่สนามก็ไม่รู้เหมือนกัน) และยังเป็นผู้ดำเนินรายการ Reality Show เรตติ้งดีอย่าง “The Apprentice” สิ่งเหล่านี้เขาประสบความสำเร็จมาได้ ทั้งที่เขาเคยมีหนี้ถึง 9,000 ล้านดอลลาร์ 

หนี้สินขนาดนี้ เขามีกำลังใจและความคิดอย่างไร ถึงกำจัดมันได้หมด และกลับมาสำเร็จยิ่งกว่าเก่า คำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว Trump 101 : The Way to Success

ภายในเล่ม ประกอบด้วยข้อคิดต่างๆแบ่งเป็นบทๆ ไป เนื้อหากระชับและชัดเจน เข้าใจได้ง่ายมาก ก็คงอยากที่ทรัมพ์บอกแหละครับ พยายามพูดให้เข้าประเด็น ให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายที่สุด และทรัมพ์ก็แสดงให้เห็นตัวอย่างในหนังสือเล่มนี้แล้ว 

โดยใจความแล้ว หนังสือเล่มนี้จะสอนและคอยเตือนตัวคุณอยู่เสมอ เรื่องงานที่คุณจะต้องทำมัน ต้องทำด้วยความรัก สนุกและมีความสุขไปกับมัน รักษามาตรฐาน และทำให้มันดีที่สุด เมื่อคุณทำมันดีที่สุดแล้ว งานจะตอบแทนคุณด้วยเงินเอง เงินจำนวนที่มากกว่าที่คุณคาดหวังเอาไว้

นอกจากนั้น ในบทอื่นๆก็ยังนำเสนอในเรื่องการเป็นผู้นำ การปกครองลูกน้อง การจัดการองค์กรเพื่อให้มันดีขึ้นไปอีก โดยที่เนื้อหาแต่ละบท จะกล่าวถึงเนื้อหาว่า “เพราะอะไร คุณถึงต้องคิดตามหัวข้อของบทนั้นๆ” ตามด้วยบทอธิบายและปิดท้ายด้วยแบบฝึกปฏิบัติ

โดยส่วนตัวนั้น หลายๆข้อผมรู้สึกว่าเป็นข้อคิดที่ดีมากและควรปฏิบัติตาม หลายๆข้อเป็นสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วแต่ขาดการฝึกฝนและปฏิบัติให้มันเป็นสันดาน(ต้องเป็นสันดานครับ นิสัยมันยังไม่ลึกพอ) ทว่า บางข้อผมกลับรู้สึกว่า “มันขัดกับเศรษฐกิจพอเพียง” แฮะ หรือผมอาจยังไม่เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงดีพอก็ไม่รู้ ไว้ถ้ามีโอกาสได้อ่านหนังสือเศรษฐกิจพอเพียง คงจะดีกว่านี้

อีกนิดนึงก่อนจะจบ แนวความคิดหลายๆอย่างในหนังสือเล่มนี้ คล้ายๆกับที่เจอใน The Secret เลย เพียงแต่การปฏิบัติมันต่างกันเท่านั้นเอง อยากรู้ว่าต่างกันยังไง ลองไปอ่านทั้งสองเล่มดูนะครับ 

 

ปล..หนังสือเล่มนี้ ผมได้มาอ่านโดยการแลกหนังสือกันอ่านระหว่างเพื่อนของผม ซึ่งจริงๆก็เจอกันใน Blog เนี่ยแหละ ขอบคุณ kanombabin(ฝน) ด้วย ที่แนะนำหนังสือดีๆให้อ่าน

ธันวาคม 31, 2008 at 2:18 am ใส่ความเห็น

Book Review : Arthemis Fowl and The Time Paradox

ภาคใหม่มาแล้วกับ Arthemis Fowl and The Time Paradox หรือในภาคภาษาไทยที่ชื่อว่า อาร์ทิมิส ฟาวล์ กับ มิติพิศวง นั่นเอง

 

เล่มนี้ไม่ใช่ขงผม ผม่านภาคภาษาไทย(ีกแล้ว ิิ)

เล่มนี้ไม่ใช่ของผม ผมอ่านภาคภาษาไทย(อีกแล้ว อิอิ)

อ่านอาร์ทิมิส ฟาวล์ครั้งแรกเมื่อตอนอยู่ซัก ม.5 อ่านครั้งแรกภาคสอง กะว่าจะลองๆอ่านดูซักหน่อย แต่อ่านแล้ววางไม่ลงเลยจริงๆ เป็นนวนิยาย ไซ-ไฟ ที่สนุกมากๆเรื่องหนึ่งเลย และหลังจากอ่านภาคสองจบผมก็หาภาคหนึ่งมาอ่านและติดตามมาโดยตลอด

เสน่ห์ของอาร์ทิมิส ฟาวล์ ที่ผมชอบที่สุดคือการใช้คำพูดเหน็บแนมกัน นอกจากนั้นก็จินตนาการของผู้เขียน เกี่ยวกับอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายของหน่วยแล็พ และ Character ที่โดดเด่นของตัวละครแต่ละตัว เป็นสิ่งที่ทำให้ผมชอบนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มอ่านครั้งแรก ความอัจฉริยะแกมโกงของอาร์ทิมิส ความยียวนของโฟลลี่ และตัวละครอื่นๆ ทำให้เรื่องราวดำเนินได้อย่างสนุกสนาน และเนื้อเรื่องที่ดำเนินได้รวดเร็วน่าตื่นเต้น

แต่ภาคหลังๆมา เมื่ออาร์ทิมิสมีความคิดรู้จักผิดชอบชั่วดีมากขึ้น เสน่ห์เรื่องการเหน็บแนมที่ผมชอบก็รู้สึกว่ามันจะหายไป น้อยลงไปเรื่อยๆ กลายเป็นการเน้นการดำเนินเรื่องให้รวดเร็วซะมากกว่า เกี่ยวกับจินตนาการเทคโนโลยีของหน่วยแล็พก็เหมือนกัน เหมือนกับจะหยุดพัฒนาไปอย่างไงอย่างงั้น ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากมายนักและจะเน้นไปทางเวทย์มนต์ซะมากกว่าวิทยาศาสตร์

โดยเฉพาะภาคนี้ อาร์ทิมิสทำภารกิจย้อนเวลา เพื่อช่วยคนคนหนึ่ง อาร์ทิมิส ฟาวล์ผู้เป็นอาชญากรอัจฉริยะแทบจะหายไปโดยสิ้นเชิง การใช้คารมเชือดเฉือนหรือเหน็บแนมกันหายไปจนแทบจะไม่มี เทคโนโลยีล้ำสมัยใหม่ๆก็แทบจะไม่มี เพราะภาคนี้มีแต่ เวทย์มนต์ของฮอลลี่ พลังของคนแคระ มัลช์ ดิกกิมส์ และลูกอึดถึกของอาร์ทิมิส อย่าหวังว่าจะพบความแฟนตาซีจากภาคนี้นักเพราะคงไม่มีให้เหมือนภาคแรกๆแน่นอน

ถึงอย่างไรภาคนี้ก็สามารถดำเนินเรื่องได้รวดเร็ว ตื่นเต้นและหลากหลาย เน้นการต่อสู้กับศัตรูผู้เท่าเทียมกับเขาซึ่งก็คือตัวเขาเองเมื่ออายุสิบขวบ และเรื่องกุ๊กกิ๊กๆของอาร์ทิมิสกับฮอลลี่ 

ถึงอย่างไรก็ตาม อาร์ทิมิส ฟาวล์ ภาคนี้ก็ดำเนินเรื่องราวได้เข้นข้นและสนุกสนานได้มากกว่าทุกๆภาคที่ผ่านมา แม้ว่าความแฟนตาซีจะลดลงไปเยอะหน่อย ต้นเรื่องอาจจะมีอืดๆเนือยๆอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าพอทดแทนกันได้ เพราะตอนท้ายมันส์มาก อ่านสนุกพอสมควร แต่โดยส่วนตัวแล้ว ชอบแบบ 2 ภาคแรกมากกว่าแหะ(เพราะการกัดจิกเหน็บแนมของโฟลลี่ ชอบ กวนตีนดี)

ปล. กว่าจะอ่านจบก็กินเวลาเป็นอาทิตย์ งานเข้าหนักมากๆเลย

พฤศจิกายน 7, 2008 at 5:30 pm ใส่ความเห็น

Book Review : The Last Lecture – แรนดี เพาซ์

 

เล่มนี้ไม่ใช่ขงผมนะ ผม่านเวร์ชั่นภาษาไทย

เล่มนี้ไม่ใช่ของผมนะ ผมอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทย

 

จบแล้วกับหนังสือเล่มแรกจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่อยู่ในลิสต์หนังสือที่อยากซื้อแล้วได้มาจากในงาน ผมเลือกอ่านหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกแทนที่จะอ่านอาร์ธีมิส ฟาวล์ ภาคใหม่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเป็นหนังสือที่อยากได้แล้วยังได้ลายเซ็นของผู้แปลมาด้วย ก็ไม่ใช่ใครครับ “คุณหนูดี วนิษา เรซ” แถมมาด้วย แถมเจอตอนกำลังจะกลับบ้านแล้ว กะว่าคงไม่มีแล้ว ดันเห็นคนกำลังโปรโมทว่าคุณหนูดีกำลังมาที่บูท สไมล์บุค ก็เลยแวะไปดูอีกรอบ ดันเจอเล่มนี้ซะงั้น ได้เจอไอดอลด้วย พรหมลิขิตชัดๆ (ฮ่าๆ) ก็เลยได้มาอีกเล่ม คุณหนูดีเป็นไอดอลของผมคนนึงเลยนะ คนอะไร สวย เก่ง สดใส เพอร์เฟคมากๆ เสียดายที่ไม่ได้เอาหนังสือของคุณหนูดี 2 เล่มแรกไป (อัจฉริยะสร้างได้ กับ อัจฉริยะเรียนสนุก) ให้เซ็นด้วย อุตส่าห์มีตีพิมพ์ครั้งที่ 1 ทั้งสองเล่มเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ เอาเหอะ เล่มนี้ก็ได้ เอาเหมือนกัน ดีกว่าไม่มี (แต่เล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งที่ 4 ซื้อช้าไปหน่อยนึง) ว่าแล้วก็ขออวดหน่อย

 

ขวดนิสนึงคับ 555+

ขออวดนิสนึงคับ 555+

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องของ แรนดี เพาช์ ศาสตราจารย์ด้าน Virtual Graphics ของมหาลัย Carnegie Melon ชื่อมหาลัยนี้ผมได้ยินครั้งแรกตอนเรียนปีสาม ตอนหัดใช้ Alice เรียน OOP และ แรนดี เพาซ์คนนี้ก็เป็นหนึ่งในทีมงาน Alice เช่นกันด้วย ปัจจุบันผมรู้จักมหาวิทยาลัยนี้ว่ามีชื่อเสียงทางด้าน IT มหาลัยหนึ่งของโลก ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเขาตรวจพบว่าเขามีมะเร็งในตับอยู่ 10 ก้อน มีชีวิตเหลืออยู่ไม่กี่เดือน กับลูกสามคนที่อายุไม่กี่ขวบและภรรยาผู้เป็นที่รัก เขายอมเอาเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดและเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยลงเต็มที่ มาบรรยาย “เดอะ ลาสต์ เลคเชอร์” ของตัวเอง แทนที่จะเอาเวลาไปอยู่กับคนที่รักตราบเท่าที่ลมหายใจยังมี คำถามคือ “เพราะอะไร (Why)” และ “สิ่งที่อยากจะบอกนั้นคืออะไร (What)”

หลายสิ่งหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้ลึกซึ้งและให้แง่คิดที่ดีมากๆ ทั้งเรื่องของการใช้ชีวิต ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าไม่มีใครเข้าใจชีวิตมากกว่าคนที่รู้ตัวว่าคนที่กำลังจะตายหรอก และที่ผมชอบอยู่ประโยคหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ

” ถ้าคุณอยากเข้าใจชีวิต คุณก็ต้องเข้าใจความตาย และถ้าคุณอยากเข้าใจความตาย คุณก็ต้องเข้าใจชีวิต “

เลคเชอร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเลคเชอร์เรื่องของความตาย แต่เป็นเลเชอร์เรื่องของชีวิต เมื่ออ่านแล้ว คุณน่าจะได้ย้อนกลับมาคิดเรื่องของชีวิตของคุณบ้าง สิ่งใดที่คุณทำหายไปหรือไม่ได้ทำ ความฝันในวัยเด็ก จินตนาการ พลัง หรืออะไร เมื่อได้อ่านเลคเชอร์นี้แล้ว คุณน่าจะได้ย้อนกลับมามองตัวเองแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีแนวความคิดอื่นๆมากมาย บางอย่างคุณอาจคิดว่าไม่(รวมทั้งผม) แต่บางอย่างก็ใช่อย่างรุนแรง การอ่านเลคเชอร์เล่มนี้คุณจะได้ข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิตอย่างมากมาย น้อยที่สุดก็ต้องมีซักข้อแต่ผมมั่นใจว่ามันมากกว่านั้นแน่นอน และ ที่เยี่ยมที่สุดคือคุณจะได้เห็นความรักแท้ของคนที่เป็นพ่อ เมื่อคุณอ่านมาถึงบทสุดท้าย คุณจะมองเห็นภาพในห้องเลคเชอร์ห้องนั้นและคุณจะต้องซึ้งกับความรักที่ยิ่งใหญ่ของแฟมิลี่แมนคนหนึ่ง และความรักอย่างลึกซึ้งสุดหัวใจ (อ่านแล้วผมแทบจะร้องไห้ จริงๆนะ พูดแบบไม่อายเลยเนี่ย) และเมื่อคุณอ่านไปถึงตอนจบ คุณก็จะรู้ว่า เลคเชอร์นี้ เขาทำเพื่อใคร

ผมรู้สึกว่าบุคลิกของเขาคล้ายๆกับคนๆนึง คือ “พี่เดฟ (อ.รวิทัต)” ที่สอนอะไรๆให้ผมหลายอย่างมาตลอดเนี่ยแหละ อ่านแล้วนึกถึงพี่เขาเลย (ฮาๆ) หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมแน่ใจว่า “นี่เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ดีที่สุดในตู้หนังสือของผมเลย” มันมีคุณค่ามากๆ และผมอยากให้ทุกคนได้อ่านจริงๆ เชื่อว่า อ่านแล้วทุกคนต้องชอบเหมือนผมแน่ๆ ขอบคุณสำนักพิมพ์ อมรินทร์ ด้วยสำหรับหนังสือดีๆและ ขอบคุณคุณ “หนูดี” ด้วยที่แปลหนังสือดีๆแบบนี้

OnoaOnoa’s Overall Rating : ★★★★★ (5 ดาว) ไปหามาอ่านกันเถอะครับ ของเขาดีจริง ;)

ตุลาคม 25, 2008 at 3:03 pm 4 ของความคิดเห็น

ฺBook Review : 108 เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล – อรวินท์ เมฆพิรุณ

มารีวิวหนังสือเกี่ยวกับการถ่ายภาพกันบ้างดีกว่า กับหนังสือเล่มนี้ “108 เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล”

หนังสือเล่มนี้รวบรวมเนื้อหาต่างๆเกี่ยวกับการถ่ายภาพที่ช่างภาพต้องรู้ แบ่งแต่ละเรื่องเป็นข้อๆด้วยเนื้อหาที่สั้นๆ เข้าใจง่าย และยังแบ่งแต่ละข้อเป็นหมวดๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ตัวเล่มมีขนาดไม่ใหญ่มาก พกพาสะดวก เหมาะกับการพกติดตัวไปอ่านได้ตามสถานที่ต่างๆ ภายในตัวเล่ม พิมพ์ 4 สีตลอดทั้งเล่ม สีสันสวยงามมีภาพประกอบให้ทุกบท ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่าย

หนังสือเล่มนี้ ดีสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการถ่ายรูปเลย ย้ำนะครับว่าไม่มีเลยคงจะมีประโยชน์ เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว ทั้ง 108 เทคนิคที่กล่าวในหนังสือเล่มนี้ ผมไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเทคนิคการถ่ายภาพจริงๆซักกี่ข้อหรอก มันจะเป็นเทคนิคไปได้ยังไงในเมื่อวิธีการเข้าไปเลือกรายละเอียดของภาพในกล้องยังบอกว่ามันเป็นเทคนิคเลย (มันอยู่ในคู่มือการใช้ชัดๆ) หรือหลายๆข้อก็เป็นเรื่องพื้นฐานเกินกว่าจะเรียกว่า “เทคนิค” อย่างการอธิบายเรื่องภาพ “ชัดลึก-ชัดตื้น” เนี่ย มันแทบจะเป็นพื้นฐานของการถ่ายรูปเลยนะครับ มันจะเป็นเทคนิคไปได้ยังไง ผมถึงได้บอกไงครับว่า “เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์การถ่ายรูปเลย”

โดยสรุปแล้ว หนังสือเล่มนี้ผมคิดว่าไม่น่าชื่อว่า “108 เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล” แต่น่าจะชื่อว่า “108 ข้อที่ช่างภาพต้องรู้ซะมากกว่า” ไม่ได้บอกว่าหนังสือเล่มนี้ไม่มีเทคนิคนะครับ มีครับ แต่ไม่ถึง 108 ข้อหรอก 18 ข้อก็หรูแล้ว แต่ถ้าเรื่อง Basic ละก็ เล่มนี้ก็ถือว่าพอเอาไว้ศึกษาได้ครับ

OnoaOnoa’s Rating : ★★✭✩✩ (2 ดาวครึ่ง) : กลางๆครับสำหรับหนังสือเล่มนี้ สำหรับมือใหม่ก็อย่าไปกลัวชื่อหนังสือละกันครับ ลองซื้อมาอ่านดูก็น่าจะช่วยสอนอะไรหลายๆอย่างได้ดี แต่สำหรับคนที่เล่นกล้องมาซักพักแล้วหรือมือเก๋าก็อย่าคาดหวังอะไรมากครับ)

สิงหาคม 2, 2008 at 11:14 am ใส่ความเห็น

Book Review : อัจฉริยะ…เรียนสนุก – วนิษา เรซ

หนังสือตระกูล “อัจฉริยะ” ที่เขียนโดยคุณ “หนูดี วนิษา เรซ” นั้น ไม่มีเล่มไหนไม่น่าสนใจอยู่แล้ว 

หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงวิธีการที่คุณหนูดีใช้ในการเรียน ในขณะที่เธอกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด มหาลัยดังชื่อก้องโลก เธอเรียนผ่านมาได้ในสถาบันที่เรียกว่า “เป็นแหล่งของนักเรียนระดับหัวกะทิจากทั่วโลก” และได้ “ผลการเรียนระดับยอดเยี่ยม” มาซะด้วย (ไม่เหมือนผม ผมการเรียนระดับ D ซะมากกว่า ฮา) แต่สิ่งที่เยี่ยมที่สุดก็คือ “เธอเรียนอย่างไรให้เป็นสุข” 

เป็นสุขอย่างไร เราทุกคนคงคิดว่า ในเมื่อคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าๆกัน พวกเด็กเรียนวันๆก็คงเอาแต่นั่งอ่านหนังสือ จมอยู่กับตำรานั่นแหละ ก็คงไม่ผิดหรอกครับ เขาเรียนหนัก แต่ว่าในขณะที่เขาเรียนหนัก ทำไมเขาถึงได้มีเวลาไปทำโน่นนี่ได้มากมาย มีเวลาไปทำงานอดิเรกอื่นๆ เที่ยวเล่น หรืออะไรก็ตามที่คนธรรมดาอย่างเราที่ไม่ได้จมกับกองหนังสือแบบเขายังไม่ได้ทำเลยหล่ะ

…ในหนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้ทั้งหมดเลยครับ

ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการอ่าน เทคนิคการฟัง เทคนิคการจด เพื่อให้สามารถเข้าใจบทเรียนได้อย่างรวดเร็ว หลายคนอาจรู้แล้ว แต่หลายคนยังไม่รู้แน่ๆ ยิ่งบวกกับการเขียนสไตล์หนูดี ที่เหมือนการเล่าเรื่องมากกว่าการบรรยายอะไรยากๆ อ่านสนุก เขียนแต่ละบทไม่ยาว เข้าใจง่าย ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทย

นี่เป็นหนังสือเล่มนึง ที่ผมเสียดายที่ได้อ่านหลังจากเรียนจบแล้วนะเนี่ย เอาน่า การเรียนไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียนเสมอหรอก

Onoaonoa’s Rating : ★★★★★

กรกฎาคม 19, 2008 at 10:18 am 2 ของความคิดเห็น

Older Posts


del.icio.us For iPhone dev

Post Calendar

กันยายน 2020
พฤ อา
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930