Posts tagged ‘Political’

มันจะมากไปแล้วมั้ง

บ้านเมืองตอนนี้ดูมันจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว เริ่มต้นที่ความขัดแย้งของคนไม่กี่คน ลุกลามใหญ่โตกลายเป็นความขัดแย้งระดับประเทศ 

ผมไม่อยู่ฝ่ายใด ผมไม่เชื่อว่าพันธมิตรเป็นผู้เสียสละ และผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลทักษิณไม่คอร์รัปชั่นไม่เอืื้อประโยชน์ให้ธุรกิจของตนเอง ผมเชื่อแค่ว่าทั้งหมดทั้งปวงเป็นผลจากการบ่มเพาะเชื้อในจิตใจคนเรา เชื้อที่ชื่อว่า “ทุจริต” ที่เกิดขึ้นในจิตใจของผู้คน เชื้อที่เติบโตอยู่ในตัวพ่อตัวแม่ทั้งหลาย ที่รวยเท่าไหร่ก็ไม่พอใจ ไม่รู้จักคำว่าพอเพียง และสิ่งเหล่านั้นก็เกิดจากการ “ทุจริต” ของคนหมู่มากในสังคม ทุจริตต่อระบบประชาธิปไตย ที่กล้าพูดกันมาปาวๆว่ามีสิทธิ์ตามระบบประชาธิปไตย แต่กลับไม่รู้จักหน้าที่ว่าอะไรคือสิ่งที่ “คนที่ีมีประชาธิปไตย์พึงกระทำกันแน่” ระหว่าง “ขายประชาธิปไตยของตนในราคาไม่กี่ร้อยแล้วก็มาชุมนุมขับไล่” กับ “เลือกใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตนอย่างถูกต้องสมควรจริงๆ”

ผมเองเข้าใจว่าประเทศเราบ้านเรา การเมืองการปกครองมันน่าเบื่อ เพราะคนเดิมๆหน้าเดิมๆ ระบบเดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรก้าวหน้าไป (แม้ว่าบางคนอาจจะชอบและดีใจที่ได้เห็นผลชัดเจนในรัฐบาลทักษิณ) และก็เข้าใจดีเรื่องการเข้าถึงข้อมูลของคนบ้านเรา (Information Gap) มันยังห่างกันมาก การที่เราจะได้ผู้นำดีๆจริงๆ คงเป็นเรื่องยากตราบใดที่เราแก้ปัญหาไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นของเรื่องที่จั่วหัวเอาไว้ใน Entry นี้

ประเด็นที่อยากจะพูดก็คือ การที่พวกคุณพันธมิตรฯ ที่อ้างว่าเสียสละอย่างงั้นอย่างงี้ ปิดล้อมสนามบินอย่างนั้นอย่างนี้ ยึดโน่นยึดนี่ พวกคุณคงลืมไปว่าทำให้ใครเดือดร้อน และประเทศชาติเสียหายขนาดไหน ประเทศไทยเราต้องกลับเป้นประเทศด้อยพัฒนาไปก่อนหรือไงถึงจะสะใจกัน กล้าพูดได้ไงว่าชุมนุมอย่างสงบ สงบแล้วทำไมโรงเรียนต้องปิด สงบแล้วทำไมคนทำงานถึงทำงานกันไม่ได้ สงบแล้วทำไมเรื่องราวถึงได้บานปลายขนาดนี้

ที่ผมเขียนอยู่ตอนนี้เป็นวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2551 อีก 7 วันจะเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของชนชาวไทย คือ “วันพ่อ” นะครับ ความแตกแยกของบ้านเมืองและการสร้างความเดือดร้อน ทำลายเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศชาติ นี่นะเหรอครับ สิ่งที่คุณจะถวายให้ “ในหลวง” พระองค์ผู้ทรงทุ่มเทพระวรกายให้กับประเทศชาติตลอดมา ทำลายสิ่งที่พระองค์สร้างตลอดมาให้พระองค์ดูในครบรอบพระชนม์มายุน่ะเหรอครับ อย่าบอกเลยครับว่ารักท่าน อย่าพูดเลยดีกว่าถ้าคุณทำโดยไม่คิดอย่างนี้ มันน่าอาย เมื่อปีที่แล้วต่างชาติตกตะลงในความจงรักภักดีของชาวไทยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนนี้ภาพแบบนั้นยังเหลืออยู่ในหัวต่างชาติเขาบ้างไหม ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ก่อนจะจบ entry นี้ ผมขอบอกว่า “เราย้อนไปดูที่ตัวเองกันก่อนดีมั้ยครับ ต้นเหตุแท้จริงอยู่ที่ไหน แล้วเรากำลังทำอะไร เพื่อใคร” กันแน่

พฤศจิกายน 27, 2008 at 5:53 pm 1 ความเห็น

เกรียน!!

ไม่ใช่คำใหม่แต่อย่างใด แต่ก็ไม่ได้เก่าอะไรมากมาย เมื่อก่อนเป็นแค่คำนิยามคุณลักษณะต่างๆที่เกือบจะเรียบติดผื้นผิว อะไรประมาณนี้ แต่ปัจจุบันนี้ คำนี้ได้ถูกนำมาใช้นิยามลักษณะอาการของมนุษย์ได้เช่นกัน อาจกล่าวถึงอาการของคนที่ไม่มีวุฒิภาวะทางความคิด EQ ต่ำ ไม่มีความฉลาดทางอารมณ์ ไม่สามารถควบคุมการแสดงออกที่ไร้เหตุผลและการกลั่นกรองได้ รายละเอียดเพิ่มเติมหาอ่านได้มากมายเมื่อ Search ใน Google จะพบทั้งใน Wikipedia และเวบ Wiki อื่นๆอีกมากมาย

อยู่ๆที่ผมมาพูดเรื่องเกรียน เพราะอะไรน่ะเหรอ ? วันนี้สะดุกับคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” (วันที่ 1 ต.ค. 2551) คอลัมน์ พาดหัวคอมลัมน์ประจำวันว่า

“คู่หูคู่เกรียน”

อ่านแล้วพอดูรูปก็ขำทันที พร้อมทั้งคิดว่า “มันเหมาะซะนี่กะไรกับการใช้คำนี้กับบุคคลสองคนนี้” จะใครซะได้ก็คุณๆแกนนำทั้งหลายที่ปั่นป่วนกทม. อยู่ในขณะนี้ 

แม้ว่าในเนื้อหาคอลัมน์จะกล่าวถึงเรื่องของโหราพยากรณ์ของทั้งสองคน แต่นั่นผมก็ไม่ได้สนใจเท่ากับหัวคอลัมน์หรอก ก็อย่างที่ผมบอก ว่าคำว่า “เกรียน” ในปัจจุบันมันแปลได้หลายความหมายมากกว่าเดิม และที่ทำอยู่ ผมว่ามันก็ตรงกับคำนิยามเวอร์ชั่นใหม่ของคำคำนี้อยู่ซะเหลือเกิน ขอก๊อปปี้มาจาก Wikipedia เลยแล้วกันถึงบุคลิกภาพของอาการเกรียน

 


 

บุคลิกภาพของเกรียน

บุคคลที่อยู่ในสภาวะเกรียน อาจมีบุคลิกภาพต่อไปนี้มากกว่า 1 ข้อ

  • มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ถึงขั้นที่เชื่อว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ หรือสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง
  • มี EQ ต่ำ เนื่องจากจะแสดงออกตามอารมณ์เป็นที่ตั้ง โดยไม่คำนึงถึงเหตุผล มีความอดทนต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่าบุคคลปกติ
  • ใช้การแสดงออกทางวาจา (หรือข้อความที่พิมพ์) มากกว่าทางความคิด และใช้คำหยาบคายบ่อยครั้ง
  • ไม่รู้จักมารยาทในสังคม สร้างความรำคาญและไม่คิดถึงความทุกข์ร้อนของคนรอบข้าง
  • ชอบเรียกร้องความสนใจ สร้างประเด็นปัญหา ทำให้เกิดข้อขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท
  • มักจะรวมกลุ่มระหว่างเกรียนกันเอง เนื่องจากผู้อื่นไม่คบหาสมาคม
  • ชอบคิดว่าผู้อื่นด้อยกว่าตน มักจะพยายามหาทางดูถูกผู้อื่นทุกด้าน และจะคิดว่าตนนั้นมีทุกอย่างสมบูรณ์เสมอ
  • พบได้ทั่วไปตามบอร์ดเช่น บอร์ดประมูล และบอร์ดนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเกรียน

 


…นี่มันเต็มๆเลยนี่หว่า นี่ขนาดเกรียนเดี่ยวยังขนาดนี้ แล้วมาเป็นคู่จะขนาดไหน ต้องคิดระดับความเกรียนยังไง บวก คูณ หรือยกกำลัง ?

ไม่รู้ว่าทำทำไม ไม่รู้ว่าต้องทำอีกแค่ไหนถึงจะพอ ออกมาเกรียนกันไม่ยอมหยุดหย่อน เดือดร้อนวอดวายเสียหายกันไปหมด พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ รถราจราจรติดขัดเดินทางไม่ได้ ภาพลักษณ์ประเทศชาติเสียหาย ฯลฯ นี่หล่ะนะ ความเสียหายของการเกรียน มันเดือดร้อนไปทั่ว รู้จักแต่สิทธิ แต่ไม่เคยรู้จักหน้าที่ รู้ว่าไม่พอใจรัฐบาลก็ประท้วงขับไล่ได้(ในกรอบที่กำหนด) แต่พอเลือกตั้งก็ขายสิทธิ์ขายเสียงกัน แล้วจะมาโชว์เกรียนเอาเกือกอะไรกัน อ้างว่าทำเพื่อชาติเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปไตยน่ะเขานับกันตอนนับบัตรเลือกตั้งโว้ย ไม่ได้มานับกันตอนรวมคนชุมนุม ไม่ขัดไม่เสียผลประโยชน์จะมาร่วมด้วยช่วยเกรียนกันแบบนี้มั้ย ถามจริงเหอะ

ลำพังแต่เหตุการณ์ทางใต้ประเทศชาติก็บอบช้ำเท่าไหร่แล้ว นี่โอลิมปิคมากลบข่าวพวกนี้ได้ซักพักนึง พอจบโอลิมปิกก็มาอีกละ อยากจะให้โอลิมปิกมีซัก 3 เดือนจริงๆ ต้องให้พวกมึงมาเป็นนายกกันเองมั้ยถึงจะพอใจเนี่ย จะได้เลิกๆประท้วงกันไปซะที ปฏิวัติได้ทีก็เอาใหญ่ เอะอะก็ประท้วง ด่าคนโน้นด่าคนนี้ ใช้แต่อารมณ์ไม่ใช้สมอง ไม่เรียกเกรียนให้เรียกอะไร อย่าบอกนะว่ามึงเล่นเกมเรียลลิตี้กันเฉยๆ

ที่พูดเนี่ย ไม่ได้เข้าข้างรัฐบาลหรอกนะ ไอนี่ก็ทนทานดีเหลือเกิน อยู่มากี่เดือนแล้วผลงานยังไม่มีให้เห็นซักกะอย่าง เห็นแต่เรื่องฉาวโฉ่ ทีเรื่องไม่เป็นเรื่องหล่ะทำดีนัก อะไรอร่อยที่ไหนอร่อยรู้หมด อะไรทำกินยังไงทำเป็นหมด แต่บริหารประเทศกูไม่เห็นแม่งทำอะไรได้เลย จนกว่าเดิม อดกว่าเดิม ลำบากกว่าเดิม กูว่าแล้วบริหารแค่กรุงเทพยังไม่ก้าวหน้าเลย ประสาอะไรกับประเทศชาติ เห็นแต่ข้าวของแพงนำ้มันแพง พูดอีกสิว่า “ผมไม่ใช่ OPEC จะไปทำอะไรได้” ถ้าคิดว่าทำอะไรไม่ได้ก็ออกๆมาเหอะหว่ะ อย่าอยู่ให้มันแย่ไปกว่านี้เลย สปิริตหน่อย เด็กๆกูยังเคยด่านะว่าหนีความรับผิดชอบ แต่ตอนนี้รู้และว่าถ้าไม่มีมันจะเป็นยังไง ไอ้ “สปิริต” เนี่ย

เฮ้อ Entry นี้ดุเดือดแฮะ ช่างเถอะ บลอกพรรค์นี้ใครเขาจะอ่านกันนักหนา

กันยายน 1, 2008 at 7:21 pm ใส่ความเห็น

ไม่กินเส้น!!

ครั้งนี้กะว่าจะยังไม่โพส Entry แบบ MV แล้วนะ แต่ขอละกันเห็นแล้วมันอดไม่ไหวจริงๆ

อันที่จริง Entry นี้ก็ไม่ได้กะจะจัด Rating MV เหมือนทุกๆครั้งหรอก พอดีลงไปเข้าห้องน้ำแล้วทีวีที่บ้านเปิด MV ตัวนี้อยู่ ฮาครับฮา เสียดสีถูกใจจริงๆ

เพลงนี้เป็น MV ของ “ถลา เสนานิคม” เป็นเพลงลูกทุ่ง(ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน) แต่เอาเหอะ บางอย่างมันก็ชอบกันได้โดยไม่มีเหตุผล(แต่ผมมี) ดูเอาเองก็แล้วกัน

ครั้งนี้ขอไม่ให้ Rating ก็แล้วกันเนอะ เพราะประเด็นไม่ใช่ Rating แต่อยากให้ดูเพราะมันน่าจะมีนัยอะไรซักอย่างอยู่แหละน้า (อย่างเช่น หุ่นเชิด อะไรแบบนั้น อิอิ)

กรกฎาคม 26, 2008 at 7:03 pm ใส่ความเห็น

อยู่อย่างว่างเปล่าหรือตายเพื่อบางสิ่ง ภาค 2

อันที่จริงไม่ได้ตั้งใจจะเขียนภาคสองเลยนะ แต่มันมีเรื่องให้เขียนขึ้นมาจริงๆ

อันนี้เป็น Forward Mail จากยุ้ย เป็นเรื่องของสถานการณ์ภาคใต้เหมือนกัน

เรื่องจิงของทหารเกณฑ์ที่ลงไป 3จังหวัดภาคใต้ นี่เป็นบทสนทนากับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งเล่นบอลที่สนามเดียวกันมาหลายปี แต่เค้าติดเกณฑ์ทหารโดยถูกส่งลงไปประจำการที่ 3 จังหวัดชายแดน  

>> ข้างสนามฟุตบอลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่   อาทิตย์ 9 มีนาคม 2551 เวลา 16:30 น.

T : อ้าว เฮ๊ย!!! ไอ้ N นี่หว่า เป็นไงมั่งล่ะมิง พ้นเกณฑ์ทหารรึยังเนี่ย   
N : ยังเลยพี่ เพิ่งกลับจากใต้    
T: อ่าวเหรอ เป็นไงมั่งล่ะ ทางใต้
N: โหดดีพี่ ชุดผมรอดกลับมา 49 คน ไปกัน 100 คน ใส่โลงกลับมา 51 คน    
G: โอ๊วว สาดดด มึงรอดมาได้ไงวะเนี่ย ดวงดีสุด
N: เออพี่ ดวงล้วน ๆ เลย เป็นทหารเกณฑ์ไปใต้แล้วรอดกลับมาได้นี่ โดนระเบิดไปซะครึ่ง อีกครึ่งโดนยิง ไอ้ที่กลับมาได้ 49 เนี่ย พิการไปอีกเป็น 10 นะพี่ โดยมากจะขาขาด
T: อ่าวเฮ้ย… อะไรมันจะขนาดนั้นวะ ดูในข่าวก็เห็นเงียบๆลงไปตั้งเยอะนี่
N: เงียบเชี่ยอะไรพี่ พวกผมลาดตระเวนยิงกับพวกแม่งเกือบทุกวัน ผมรบในป่า มันไม่มีนักข่าวตามไปทำข่าวอะดิ  นักข่าวมันอยู่แต่ในเขตเมืองกะชานเมืองพี่
B : อืม ๆ แล้วจะพ้นเกณฑ์เมื่อไหร่วะเนี่ย
N: อีกปีนึงพี่ ตอนนี้เค้าให้กลับมาสั่งเสียทางบ้าน ฮ่าๆ ๆ ๆ เดี๋ยวเดือนพฤษภาไปอีกรอบ
G: ยังจะตลกได้นะมืง
N: โหยพี่… ปลงแล้ว ไปนี่ต้องไปแบบไม่คิดว่าจะรอด ไม่งั้นเครียด นี่เค้าให้กลับมาพักผ่อน แล้วก็ฝึกอีกหน่อย เดี๋ยวก็ลงไปลุยกะพวกแม่งต่อ ตอนนี้ผมยิงไรเฟิลให้มันโค้งได้แล้วนะพี่ เจ๋งมะ
B: แสรด… ไม่ใช่ลูกบอล จะได้ปั่นให้โค้งได้
N: เฮ๊ยย ได้จริง ๆพี่ เวลายิงต้องกะเวลาตอนที่กระสุนมันอยู่กลางลำกล้องแล้วส่ายปากกรอก ยิงกลางคืนนี่โค้งเห็นๆ เลยพี่
G: เออ เชื่อมึงก็ได้ แล้วหน่วยมึงใช้ปืนอะไรวะ อย่าบอกนะว่า HK
N: ไม่อ่ะพี่ หน่วยผมใช้ M16A2 หวังผลได้ประมาณ 100-200 เมตร ผมแม่นนะพี่ แต่อย่างว่า เวลาลุยกันจริง ๆ ไม่ได้เล็งหรอก รู้แต่ว่ายิง ๆ ยัด ๆไปแถว ๆ นั้นแหละ ไม่มีใครโผล่หัวขึ้นไปเล็งศูนย์หรอก
T : เอา RED DOT ไหม กูมี กูยกให้เลย
N: ไม่เอาอ่ะพี่ บอกแล้วว่าไม่ได้เล็ง
B: แล้วในชุดลาดตระเวนของมืงมีพวก Minimi รึพวก Sniper ไปด้วยรึปล่าววะ
N: อ๋อ พวก Minimi จ่าเป็นคนถือ ส่วนพวกSniper มันเดินแยกไปต่างหาก 2 คน ไม่ค่อยได้ยิงเท่าไหร่หรอกพวกนี้ โดยมากถ้าเจอก็แจ้งตำแหน่งกันเฉยๆ พวกผมเอา M16 เข้าลุยอย่างเดียวเลย นี่เดือนหน้าจะได้ M4 มาใช้แล้ว พานท้ายแบบปรับได้ด้วยนะ
T: แล้วกระสุนล่ะวะ เค้าให้กี่นัดอ่ะ
N: เท่าที่ขนไหวพี่ แต่พวกผมชอบเอาไปคนละ 5 แมก เผื่อไว้ก่อน ยิงกันจริง ๆ ส่วนใหญ่ก็ 2-3 แมก
G: แล้วระเบิดล่ะวะ
N: แรก ๆ ก็ 2ลูก ตอนหลังมันบอกงบหมด เหลือคนละลูก
T: เชี่ย งบเนี่ยนะหมด เห็นว่างบกลาโหมปีที่แล้วอย่างเยอะ
N: เออ  ไม่รู้เหมือนกันพี่ มีให้แค่ไหนก็ใช้แค่นั้นแหละ  
T: แล้วเสื้อเกราะกับหมวกล่ะ เห็นเค้ารับบริจาคกัน มีให้ใส่รึปล่าว
N: มีครับ แต่ผมไม่ค่อยใส่กันหรอก เอาตัวเบา ๆ วิ่งเร็วๆไว้ก่อน วิ่งช้าแล้วโดน AK ยิงนี่ เกราะไม่มีผลเลยพี่
B: อ้าวมันกันไม่ได้เหรอวะ
N: แฉลบ ๆ น่ะได้พี่ ถ้าไปโดนตรง ๆ ก็ร่วงล่ะ ใส่หมวกนี่หันซ้ายหันขวายาก มองยาก แล้วเวลายิงก็หนวกหูด้วย มีเด็กพิษณุโลกคนนึงมันใส่ครบทุกอย่าง วิ่งช้า   โดนเข้าไปตรงต้นคอ เรียบร้อยครับ แบกกลับได้เลย บางคนก็โดนทะลุหมวก หัวกระจาย
B : ไม่โดด ๆ ๆ ๆ เอาวะ
T: แสรด ไม่ใช่ Counter strike
G: เป็นไงล่ะมึง ก่อนลงไปล่ะเห็นเล่นจังเลย ไอ้ BATTLE FIELD
N: เจอเข้าเองเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผมเคยเดินลาดตระเวนไปเจอมันฝึกกันอยู่เลยนะ ไอ้พวกหัวหน้ามันน่ะ ทหารเก่าของเราทั้งนั้นแหละ พวกรบพิเศษเลยด้วย มันปีนขึ้นต้นไม้เอาหัวทิ่มดินได้อ่ะ อย่างเทพ มันฝึกเอาไว้ซุ่มรอเราอยู่บนต้นไม้ แต่ไม่มีปัญหาพี่ เอา M79 สอยเอา
T: แล้วในมุมมองมึง มันจะสงบเมื่อไหร่วะเนี่ย
N: ล้างเผ่าพันธุ์สถานเดียวพี่ ไม่มีทางเลือกแล้ว เลือกเอา จะยกให้มันรึจะ ฆ่าแม่งให้หมด  ออกลูกออกหลานกันยั้วเยี้ยเต็มพื้นที่แล้วพี่ ปราบไม่หมดหรอก รอแต่ว่าเมื่อไหร่จะได้ไฟเขียว ถ้าได้ไฟเขียวเราชนะหายห่วง แต่นี่พวกแม่งเช้า ๆ กรีดยาง สาย ๆ ฝึก ตกดึกออกมาล่อเราละ มันมีเมียได้ 4 คน พวกนี้มันจะเอาลูกที่เกิดกับเมียคนแรกมาเรียนในกรุงเทพ ให้เป็นมันสมอง ส่วนลูกที่เกิดกะเมียคนต่อๆ ไปนี่มันให้เข้าปอเนาะ พออายุ13-14 แบกปืนไหวก็ต้องออกมารบกันแล้ว แล้วมีกฎว่าเรายิงก่อนไม่ได้ด้วยนะพี่ ต้องรอมันยิง เราถึงจะสวนได้ แต่ก็ไม่มีใครเค้าสนกันหรอกพี่ เจอแล้ว คุ้น ๆ หน้า ผมใส่ก่อนล่ะ ยิ่งตอนนี้มันทะลึ่งไปฆ่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แล้วพวกป่าไม้เค้าถือคติประมาณว่า ถ้ามาทำอะไรกับพวกป่าไม้ เหมือนทำร้ายพวกที่เหลือทั้งหมด พวกที่เหลือ เค้าจะเอาคืนให้หนักกว่าเดิมหลายเท่า   ป่าไม้นี่อย่างโหดนะพี่ ยิงก่อนถามทีหลัง คว้านท้องแขวนไว้บนต้นไม้หน้าหมู่บ้านมันเลย แต่ผมว่าก็ดีนะ ปราม ๆเด็ก ๆ มันไว้มั่ง ไม่งั้นมันไม่กลัวหรอก ถ้าจับเป็นแป๊บเดียวเดี๋ยวมันก็ออกมายิงพวกผมใหม่  เด็กบางคนนะ มันโดนลูกหลงระเบิดพวกเดียวกันนั่นแหละ  ผมไปช่วยแบกมันวิ่งออกจากพื้นที่ ช่วยทำแผล  พอมันลุกได้ มันจะกลับบ้าน แม่งหันกลับมาชี้หน้าผม แล้วทำท่าเอามือปาดคอ เพื่อนบางคนก็โดนทำท่าเอาปืนเล็งใส่ แต่ไม่เป็นไร ผมจำหน้ามันได้ละ เดี๋ยวลงไปอีกรอบค่อยไปเก็บแม่ง
G : เฮ่ย โหดว่ะ
N: ไม่โหดหรอกพี่ ไม่งั้นมันยิงพวกเราได้อีกเป็น 10
G : เอาพระพุทธชินราชไหมวะ พี่มีนะ เดี๋ยวถอดให้เลย สร้อยทองไม่ให้นะเว๊ย ฮ่า ๆ ๆ ๆ
N: ไม่เอาอ่ะพี่ เก็บไว้เหอะ คนที่มันจะตาย ผมเห็นแม่งห้อยทุกอย่าง ทั้งเกราะ ทั้งพระ กระจายหมดพี่
B : แล้วมีสวัสดิการไหมวะ แบบค่าเสี่ยงภัยอะไรประมาณนี้   
N : ไม่มีอ่ะพี่ ได้เงินเดือนธรรมดานี่แหละเค้าว่าไม่มีงบ แต่มีประกันชีวิตให้นะ ถ้าตายห่าไปที่บ้านก็ได้แสนนึง ตำรวจดิพี่สบาย สวัสดิการเพียบ รอทหารเคลียร์หมด เข้าไปถ่ายรูปกะนักข่าวอย่างเดียวเลย แล้วก็กลับบ้านนั่งรอยศขึ้น    ถ้าไม่ทะลึ่งออกไปไหนดึกๆ คนเดียวไม่ตายหรอกพี่  
T: แล้วถ้าพ้นเกณฑ์มืงจะไปสอบเป็นพวกนายสิบอะไรรึปล่าววะ
N: ไม่เอาอ่ะพี่ เงินเดือนพอๆ กะพนักงาน 7-eleven ผมทำงาน 7-eleven ดีกว่า ไม่ต้องวิ่งหนีลูกปืนและระเบิด พอมันรู้ว่าเราโมฯรถให้กันแรงระเบิดได้ 5 กิโล พวกแม่งอัดดินมา 15 กิโลเฉย   วันนั้น Humvee ที่ผมนั่งพลิกเลยนะพี่ ดีนะ มันพลิกเฉย ๆ เลยยังพอยิงสวนได้ ไอ้พวกไปกะรถปิคอัพนี่ ลอยอย่างสูง  ผมเคยขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลัง แม่งลอยสูงจริงๆ พี่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ
T : ตลกเหรอวะเนี่ย
N : แต่เดี๋ยวดูตอนพ้นเกณฑ์อีกทีพี่ คิดไว้เยอะไม่ได้ เดี๋ยวอีก 4-5 เดือนถ้าถ้าผมมาเตะบอลกะพวกพี่อีกรอบ ค่อยมาคุยกันเรื่อง ผมจะทำมาหาแดกอะไรดีกว่า
T: เออ ว่ะ ให้รอดเว๊ย
G : พระคุ้มครองนะมึง
N : ขอบคุณครับพี่
B :เออ 5 โมงละ เตะบอลดีกว่า

นี่เป็นบทสนทนากับรุ่นน้องคนหนึ่ง ซึ่งเล่นบอลที่สนามเดียวกันมาหลายปี  แต่เค้าติดเกณฑ์ทหารโดยถูกส่งลงไปประจำการที่ 3 จังหวัดชายแดน   ไม่รู้จะแนะนำมันยังไง   ไม่รู้จะช่วยมันยังไง ได้แต่รับรู้และนำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ชาวไทยคนอื่น  ได้รับรู้ถึงชีวิตทหารเกณฑ์ที่จะถูกส่งไปลาดตระเวน  ถูกส่งไปตายก่อนเมื่อเกิดเหตุ  ตอนคุยกับมันน่ะสนุกสนานครับ แต่ผมเชื่อว่า พอกลับบ้านไปแล้วมีเวลานอนคิด แต่ละคนที่ร่วมสนทนากับน้องเค้า คงต้องเกิดความรู้สึกอะไรในใจบ้างไม่มากก็น้อย จากเด็กธรรมดาที่เล่นฟุตบอลด้วยกัน เล่นวินนิ่ง เล่นเกมเหมือนเด็กทั่วไป จีบสาว มีแฟน ต้องไปสู่พื้นที่ที่มีความขัดแย้งรุนแรง เศร้าว่ะครับ…

— ร่วมส่งกำลังใจให้เค้ากันครับ ยังไง ผมจะปริ๊นท์กระทู้นี้เอาไปให้น้องเค้าและเพื่อนๆในหน่วยอ่าน ซึ่งไม่รุ้ว่ามันจะเวิร์คไหม อย่างน้อยให้เค้ารู้ว่า ถึงทีวีจะไม่ลงข่าวทหารเกณฑ์  เวลาตายก็เป็นกรอบเล็กๆ อยู่ในหนังสือพิมพ์ที่ยอดขายไม่สูง แต่ยังมีคนไทยอีกหลายๆ คนได้รับรู้ถึงคนที่เสียสละที่แท้จริง  ขอบคุณครับ   ………………………………………. 

สะท้อนความเป็นจริงได้หลายอย่างดีนะครับ คนไปเสี่ยงตายได้เงินเดือนเท่าพนักงานเซเว่น แล้วคนนั่งเก้าอีกหล่ะ
…เฮ้อ ช่างเถอะ ขอให้พี่ๆปลอดภัยกันทุกคนละกันนะครับ

กรกฎาคม 15, 2008 at 6:38 am ใส่ความเห็น

อยู่อย่างว่างเปล่าหรือตายเพื่อบางสิ่ง!?

เป็นวลีสุดเท่ที่ผมชอบมาก จากเรื่อง “Rambo” หนังเก่ากึ๊กที่ไม่เคยคิดจะดู แต่บังเอิญได้ดูบนรถตู้ตอนกลับบ้าน
…แล้วมันส์มากจนไม่อยากจะลงจากรถเลย
น่าจะเป็น Rambo ภาคสี่ ไว้ต้องไปหามาดูให้ได้

มันเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนยังไงหล่ะ

Entry นี้ผมเขียนหลังจากที่ผมดูรายการ “จับเข่าคุย” และเมื่อกี้ก็เป็นเรื่องของ “หมวดตี้”
ผู้หมวดผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของตำรวจ และ เป็นผู้หมวดผู้เสียสละลงไปประจำการณ์ในพื้นที่ภาคใต้

…ผู้หมวดผู้ซึ่งจากไปจากเหตุการณ์ซุ่มโจมตีของกลุ่มโจรใต้ ในวันเกิดของตนเอง

ที่น่าเศร้าตรงที่ ก่อนเสียชีวิต ผู้หมวดเขียนบลอกเกี่ยวกับวันเกิดของตัวเองเอาไว้ และหลังจากนั้นก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์ซุ่มโจมตี

หากคุณอ่านคอมเมนต์(จำนวนมหาศาล)ไล่ลงมาเรื่อยๆ เริ่มต้นด้วยความสุขและมันก็เปลี่ยนไปเป็นความเศร้า ท่ามกลางความไม่เชื่อของใครๆก็ตาม

…ผมอ่านแล้วรู้สึกเศร้าสลดมาก ยิ่งดูในทีวีก็ยิ่งเศร้าเข้าไปใหญ่
หลายอย่างที่หมวดเขียนไว้ อ่านแล้วมันสะเทือนใจเหลือเกิน
เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจคนนึงที่ชีวิตก็ไม่เสียดาย ถ้าเพื่อแผ่นดิน เพื่อชาติ 
พร้อมยอมตายอย่างภาคภูมิใจ

มันต่างกับคนบางคนที่ยศสูงกว่าร้อยตำรวจตรี เจอแค่ม๊อบประท้วงอยู่ไม่ทันถึงวันก็หนีหางจุกตูดแล้ว
หรือคนบางคนที่ตำแหน่งทางการเมืองใหญ่โต ที่ไปเห็นดีเห็นงามกับพม่า คุยไปคุยมาพาลจะเสียแผ่นดินให้เขาไปซะอย่างงั้น
หรือใครอีกหลายๆคนที่จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อหาแต่ผลประโยชน์จากแผ่นดิน ไม่สนอะไรทั้งนั้น
ทำตัวเป็นปลิงเป็นทาก เป็น Parasite ที่ได้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว

ถ้าอย่างนั้น ตำรวจดีๆอย่างหมวดตี้ก็ต้องตายเปล่าน่ะสิครับ
ถ้าเป็นอย่างนั้น จะเป็นไปได้ไหมที่”คนที่อยู่อย่างว่างเปล่า”ที่ผมกล่าวไว้ข้่างบนจะทำให้บางสิ่งของ”คนที่ตายเพื่อบางสิ่ง”ไม่ว่างเปล่า 

ถ้าทำได้จริงมันคงจะดี

บลอกหมวดตี้ : http://polize.diaryis.com

กรกฎาคม 14, 2008 at 6:00 pm 1 ความเห็น

การเมือง!?

วันนี้ผมลองเปลี่ยนอารมณ์มาเขียนเรื่องการเมืองบ้างดีกว่า

ไม่ใช่เรื่องซีเรียสอะไรหรอกครับ แค่บ้านเมืองตอนนี้ก็ซีเรียสกันพอแล้ว ผมเองก็สับสนไปหมดแล้วเช่นกัน ฝ่ายนึงก็ถูกเลือกมาอย่าง(เหมือนจะ)ยุติธรรม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยตั้งแต่ได้เข้ามาทำงาน(?) ข้าวของแพงขึ้น หมูแพงไล่ไปกินไก่ ข้าวแพงคงไล่ไปกินหญ้าหล่ะมั้ง อีกฝ่ายนึงก็ค้านหัวชนฝา รู้จักแต่ใช้สิทธิ์แต่ไม่รู้จักเคารพสิทธิ์คนอื่น ไม่ได้ดั่งใจก็มาไล่ปาวๆ เศรษฐกิจคนทำมาหากินพาลซวยฉิบหายกันไปเป็นแถบๆ

…บอกว่าจะไม่เครียดนี่น่า ทำไมไปอย่างนั้นได้ วันนี้ผมเพิ่งอ่านการ์ตูนเก่าเรื่องนึง เรื่องภาษาไทยว่า “คุนิมิตซึ คนจริงจอมกะล่อน” ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ เป็นการ์ตูนแนวการเมืองที่สนุกมากๆครับ เป็นเรื่องของการต่อสู้ระหว่างผู้สมัครเข้าเป็นผู้ว่า แต่ละฝ่ายต่างก็สรรหา “สัญญามหาชน” แนวทางการแก้ปัญหาเมืองที่ประสบอยู่มาเสนอกัน และ “กลยุทธการเลือกตั้ง” เพื่อให้ได้รับชัยชนะกันอย่างเผ็ดมันส์

แม้ว่าจะเป็นแค่การ์ตูนแต่เนื้อหาสะท้อนความเป็นจริงของสังคมและการเมือง แม้ว่าจะเป็นสังคมของญี่ปุ่นก็ตาม แต่ก็คิดว่าไม่ต่าง อ่านแล้วได้ความรู้ดีไปอีกแบบ แต่ส่ิงที่ผมอ่านแล้วรู้สึกสะท้อนใจจากการ์ตูนเรื่องนี้คือตัวละครมากกว่า ผู้สมัครทั้งสองฝ่ายที่ขับเคี่ยวกัน ทั้งสองฝ่าย “มีใจที่จะพัฒนาบ้านเมือง” แม้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันออกไป แต่ “ใจ” เนี่ยของจริง

อ่านแล้วก็ย้อนกลับมามองประเทศเราเองนี่หละครับ เพราะอะไรประเทศเราบ้่านเมืองเราถึงไม่มีอะไรอารมณ์นี้บ้างนะ ผมเองก็รู้ตัวว่ามันเป็นแค่การ์ตูนที่ดูเพ้อฝัน แต่การเมืองมันเป็นของจริงไม่ใช่เหรอครับ และนักการเมืองไม่จำเป็นต้องปล่อยพลังแบบหงอคงได้ไม่ใช่เหรอครับ 

…งั้น ผมขอฝันจะมีนักการเมืองที่ทำเพื่อประเทศชาติอย่างจริงใจด้วยใจจริงซักคน คงไม่ผิดใช่มั้ยครับ

ถ้าใครยังไม่เคยอ่านก็ลองหามาอ่านดูนะครับ มันเป็นการ์ตูนที่ดีและมีประโยชน์จริงๆ (นายกผมก็แนะนำให้อ่านนะ เอาไปอ่านตอนเข้าส้วมก็ได้ ถ้างานมันเยอะจริงๆ เผื่อไฟหรือว่าใจของคุณมันจะกลับมาบ้าง)

กรกฎาคม 7, 2008 at 5:28 pm ใส่ความเห็น


del.icio.us For iPhone dev

Post Calendar

สิงหาคม 2019
พฤ อา
« ธ.ค.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031